
ประกันสังคมรากหญ้าชดเชย3กรณี
เปิดแพ็กเกจประกันสังคมราคาต่ำสุด 100 บาท นอนโรงพยาบาลจ่ายวันละ 200 บาท
เปิดแพ็กเกจประกันสังคมราคาต่ำสุด 100 บาท นอนโรงพยาบาลจ่ายวันละ 200 บาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลจะต้องแก้กฎหมายประกันสังคมมาตรา 40 เปิดให้ผู้ไม่มีนายจ้าง เช่น แรงงานอิสระ เกษตรกร แม่บ้าน เข้าร่วมประกันสังคมได้
ทั้งนี้ การเปิดให้แรงงานนอกระบบเข้าเป็นสมาชิกประกันสังคมราคาถูก จะมี 2 ราคา คือต่ำสุด 100 บาท/เดือน โดยผู้ประกันตนจ่าย 70 บาท รัฐสมทบ 30 บาท ได้สิทธิประโยชน์ 3 อย่าง คือ 1.เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยได้วันละ 200 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 20 วัน
2.เงินชดเชยทุพพลภาพได้ 1,000 บาท/เดือน ต่อเนื่องเป็นเวลา 15 ปี 3.เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต 2 หมื่นบาท/คน
สำหรับประกันสังคมราคา 150 บาท/เดือน ผู้ประกันตนจะจ่าย 100 บาท รัฐสมทบ 50 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนกรณีแรก แต่เพิ่มเงินบำเหน็จชราภาพ โดยผู้ประกันตนจะได้รับเงินเมื่อถึงอายุครบ 60 ปี การจ่ายบำเหน็จจะการันตีดอกผลขั้นต่ำ 3% แต่อาจมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับผลกำไรที่นำไปลงทุนด้วย
กรณีที่เจ็บป่วยผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิตามบริการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ และผู้ที่จ่ายสมทบ 100 บาท/เดือน สามารถเข้าสู่ระบบบำนาญชราภาพภายใต้โครงการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
โครงการนี้คาดว่าจะมีผู้สนใจในปีแรก 2.4 ล้านคน โดยรัฐต้องอุดหนุนเงินสมทบเป็นเงิน 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินสำหรับจ่ายสมทบ 1,200 ล้านบาท และอีก 300 บาท เป็นค่าบริหารจัดการ
นายดำรงค์ สังวงษ์ ผู้ประสานงานแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานไทย กล่าวว่า จากการประชุมกลุ่มย่อยของเครือข่ายแรงงานนอกระบบในกลุ่มอาชีพเกษตรกร แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และซาเล้ง มองว่าแพ็กเกจประกันสังคมเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องการจ่ายเงินบำนาญชราภาพด้วย ไม่ใช่ให้แต่เงินบำเหน็จอย่างเดียว
ทั้งนี้เพราะตามข้อมูลที่รับทราบมา ผู้ที่เลือกจ่ายเงิน 150 บาท/เดือนจะได้สิทธิประโยชน์เป็นเงินบำเหน็จเมื่อถึงวัยเกษียรแต่ไม่ได้บำนาญอีกทั้งถูกตัดสิทธิในการออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นว่าแรงงานนอกระบบยังต้องการมีบำนาญขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับภาวะสังคมผู้สูงอายุในอนาคต
“การได้บำเหน็จก็เป็นเรื่องดี แต่คิดว่าเมื่อได้แล้วมันคงหมดลงอย่างรวดเร็ว” นายดำรง กล่าว
นอกจากนั้น เรื่องการจ่ายเงินชดเชยทุพพลภาพที่ยังมีเงื่อนไขว่าหากเกิดอุบัติเหตุแขนขาด หรือขาขาดต้องขาดทั้งสองข้าง หากขาดข้างเดียวก็ไม่ได้รับเงินชดเชย หรือหากเกิดอุบัติเหตุนิ้วขาด ต้องขาดกี่ข้อถึงจะถือว่าทุพพลภาพเป็นต้น
นางสุจิน รุ่งสว่าง ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า เครือข่ายแรงงานนอกระบบอยากเปลี่ยนจากสิทธิบำเหน็จชราภาพมาเป็นบำนาญชราภาพเนื่องจากเงินบำนาญถือเป็นหัวใจสำคัญของแรงงานนอกระบบในการดำรงชีวิตในสังคม “การประกาศมาตราการดังกล่าวทำให้สปส.มีสถานะอยู่ภายใต้ระบบประชาภิวัฒน์ที่ไม่ยั่งยืน เมื่อหมดวาระรัฐบาลจะมีใครรับประกันได้ว่ามาตราการดังกล่าวจะไม่ล่ม ดังนั้นรัฐบาลจะทำอย่างไรให้เงินสมทบประเดิมกองทุนสปส.นี้มีผลระยะยาวและใช้ได้ตลอดไป”นางสุจินกล่าว







