
ก.แรงงานสั่งห้ามคนงานไทยเข้าพื้นที่ฉนวนกาซา
กรมการจัดหางานเตือนคนงานไทยในอิสราเอล 2.6 หมื่นคนห้ามเข้าฉนวนกาซ่าหลัง 3 คนงานไทยโดนลูกหลงปืนใหญ่ ด้านอาการผู้บาดเจ็บมี 1 รายกระดูกขาขวาแตกไม่อาจคืนสู่สภาพเดิมได้
กรมการจัดหางานเตือนคนงานไทยในอิสราเอล 2.6 หมื่นคนห้ามเข้าฉนวนกาซ่าหลัง 3 คนงานไทยโดนลูกหลงปืนใหญ่ ด้านอาการผู้บาดเจ็บมี 1 รายกระดูกขาขวาแตกไม่อาจคืนสู่สภาพเดิมได้
นายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่าแจ้งเตือนและสั่งห้ามคนงานไทยในอิสราเอลที่ไปรับจ้างเป็นเกษตรกรกว่า 2.6 หมื่นคน เข้าไปทำงานในฉนวนกาซาและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งโดยมีหนังสือเตือนไปยังบริษัทจัดหางานสั่งห้ามและไม่อนุญาตให้ส่งคนงานไปในพื้นที่โดยเด็ดขาดเนื่องจากเป็นเขตพื้นที่อันตรายหลังจากวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมามีคนงานไทย 3 คนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงจากฉนวนกาซาเข้ามาตกในบริเวณที่พักคนงานต่างชาติ
สำหรับคนไทยที่บาดเจ็บทั้ง 3 คนประกอบด้วยนายจำรัส บัวลิวัน ชาวจังหวัดเลย ไปทำงานโดยบริษัทจัดหางานไทยชาญ จำกัด ถูกกระสุนที่บริเวณขาขวาเป็นเหตุให้กระดูกแตก แพทย์แจ้งภายหลังการรักษาว่าขาของนายจำรัสอาจไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมและต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์
นอกจากนี้ยังมีนายศักดิ์สยาม แสงสว่าง ชาวจังหวัดนครพนม ไปทำงานโดยบริษัทจัดหางานโปรเฟสชันแนลโอเวอร์ซีส์ อ๊อฟ แมนพาวเวอร์ จำกัด ถูกกระสุนปืนบริเวณไหล่ซ้ายต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อีก 1 สัปดาห์ และนายธีรวัฒน์ บุญมี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภูไปทำงานโดยบริษัทจัดหางานแอล แอนด์ ซี กรุ๊ป จำกัด ถูกกระสุนปืนบริเวณไหล่ขวา เข้ารักษาพยาบาลแล้วและแพทย์ให้กลับที่พักได้
ทั้งนี้ในพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวมีคนงานไทยพักอาศัย 10 คนและเพื่อความปลอดภัย กระทรวงแรงงาน ได้แจ้งให้นายจ้างจัดหาที่พักใหม่ชั่วคราวให้คนงานและนายจ้างให้คนงานหยุดพักงานได้ 3 วันเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจรวมทั้งไม่ขัดข้องหากคนงานรายใดประสงค์จะย้ายงาน
สำหรับสิทธิประโยชน์ที่คนงานไทยจะได้รับจากสำนักงานประกันสังคมอิสราเอล ประกอบด้วย ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ค่าจ้างตามกฎหมายระหว่างการพักรักษาตัวและออกวีซ่าให้ญาติพี่น้องของคนงานที่ได้รับบาดเจ็บเดินทางเข้าไปเยี่ยมคนงานที่ประเทศอิสราเอลได้
นอกจากนี้ในส่วนของกระทรวงแรงงาน คนงานจะได้รับการสงเคราะห์จากการเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศในกรณีประสบอันตรายขณะทำงานในต่างประเทศเป็นค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงรายละไม่เกิน 3 หมื่นบาท







