
นโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศชาติมหาอำนาจปี 2011 (ตอนที่ 2)
สัปดาห์ที่แล้วกล่าวถึงนโยบายด้านการเศรษฐกิจต่างประเทศในปีนี้ของบรรดาประเทศมหาอำนาจเบอร์หนึ่งอย่างสหรัฐอเมริกา และประเทศในกลุ่มอียู หรือประเทศในกลุ่มยุโรปไปแล้ว สัปดาห์นี้มาดูกันต่อถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจของบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่
สิ่งที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ ประเทศต่างๆ ในอียูต่างต้องขานรับนโยบายการรัดเข็มขัด (Austerity Measures) กันโดยถ้วนหน้า ซึ่งมาตรการต่างๆ ก็ทำให้แต่ละรัฐบาลต้องเผชิญกับปัญหาการประท้วงต่อต้านของบรรดาประชาชนผู้เสียสิทธิและผลประโยชน์อันพึงได้มากมายหลายอย่าง เช่น การลดลงหรือหายไปเลยของเงินบำเหน็จบำนาญ การหายไปของเงินสนับสนุนภาคการศึกษาแก่บรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ รวมทั้งการตัดลดงบประมาณในภาครัฐของแต่ละรัฐบาลในยุโรป
สิ่งที่จะตามมาก็คือ หลายประเทศในยุโรปจะใช้นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศแบบระมัดระวังตัว และเน้นการประหยัดการใช้จ่าย นอกจากนั้นแล้วยุโรปจะเพิ่มความเข้มงวด หรือมาตรฐานของสินค้าทุกประเภทที่จะต้องนำเข้า เพราะฉะนั้นบรรดาผู้ส่งออกทั้งหลายต้องปรับตัวตามให้ทัน และเพิ่มมาตรฐานของสินค้าตัวเองตามไปด้วย ซึ่งก็จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครสามารถค้าขายกับยุโรปได้ตั้งแต่ปี 2011 นี้เป็นต้นไป จะสามารถกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ขอบอกไว้เลยว่าทุกอย่างจะไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
มาดูนโยบายด้านการเศรษฐกิจระหว่างประเทศของบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) อย่างจีน รัสเซีย อินเดีย บราซิล กันบ้าง เราจะเห็นว่าในช่วงขวบปีที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ที่กล่าวมาไม่ได้มีปัญหาด้านเศรษฐกิจเหมือนอย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือหลายประเทศในยุโรป ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกลับโตเอาๆ อย่างร้อนแรง หรือที่ภาษาทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Economic Overheating อย่างเช่นประเทศจีน ล่าสุดถึงกับต้องประกาศขยับนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อลดความร้อนแรงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าปล่อยให้ดำเนินต่อไปอาจจะกลายเป็นสภาวะฟองสบู่เกิดขึ้นได้เหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา สำหรับจีนแล้วนโยบายด้านการเศรษฐกิจระหว่างประเทศก็ยังคงเดินหน้าสร้างความเป็นมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจของโลก (Global Economic Giant) ต่อไปด้วยการสร้างพันธมิตรกับบรรดาประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเกิดใหม่ทั้งหลายในโลก รวมทั้งความพยายามปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพสินค้าของตัวเองให้แข่งขันได้ในตลาดโลก ท่ามกลางแรงกดดันของสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรป
หันมาดูนโยบายด้านการเศรษฐกิจของอินเดีย ในรอบปีนี้อินเดียก็ยังคงดำเนินนโยบายเพิ่มความยิ่งใหญ่ด้านการเศรษฐกิจให้แก่ตนเองคล้ายๆ กับประเทศจีน ซึ่งทั้งสองประเทศดูเหมือนว่ากำลังจะกลายเป็นคู่แข่งกันเองทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านการเมือง โดยเฉพาะสภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีพรมแดนที่เป็นปัญหาติดกันยาวเป็นพันไมล์ ปัญหาความไม่สมดุลด้านการค้าระหว่างกัน รวมทั้งปัญหาด้านการแข่งกันครองความยิ่งใหญ่ในเอเชีย เพราะฉะนั้นถ้าใครคิดจะค้าขายกับจีนและอินเดีย ก็คงจะต้องเลือกเอาประเทศใดประเทศหนึ่ง ขณะที่ประเทศรัสเซียได้ออกนโยบาย Economic Modernization มาแล้ว ก็คงจะพยายามสร้างความทันสมัยทางเศรษฐกิจให้ตนเองผ่านทางการเรียนรู้ และการพัฒนาเทคโนโลยีในแบบตะวันตก ซึ่งคงจะต้องอาศัยระยะเวลาอีกค่อนข้างนานกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งระดับโลกได้...







