
เครื่องดนตรีฝรั่งจากวัสดุท้องถิ่นไทย 'แซ็กโซโฟนไม้ไผ่ของลุงวิบูลย์'
“
ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล...ชุ่มชื่นฤทัย หวานใดจะปาน...” เสียงโน้ตเพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง ดังทุ้มสลับแหลมหวานซึ้งบาดใจ กังวานลั่นตรอกเล็กๆ หลังกระทรวงกลาโหมฉบับนี้ทีมงานเศรษฐกิจคิดไม่ถึง พาคุณผู้อ่านผู้ชมไปพบกับ ประดิษฐกรรมฝีมือคนไทย ที่ยากจะหาใครเทียบ ไม่ใช่เพราะด้วยใช้เงินทุนสูง หรือใช้วัสดุราคาแพง แต่ยากที่อดทน อุตสาหะ และมีใจรักจริง
ต้นกำเนิดไอเดีย แซ็กโซโฟนไม้ไผ่ เกิดจากความรักในเสียงแซ็กโซโฟน และโปรดปรานดนตรีของ วิบูลย์ ตั้งยืนยง เจ้าของร้านแว่นตาเล็กๆ บนถนนอัษฎางค์ หลังกระทรวงกลาโหม ประกอบกับความคิดสร้างสรรค์ และไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยในการประดิษฐ์คิดค้น ลองผิดลองถูกอยู่นานหลายปี จนเกิดเป็นผลงานต้นแบบ และพัฒนากลายเป็นสินค้าที่ผู้คนตามหา
“
ประมาณปี 2532 ผมเห็นฝรั่งที่อยู่เมืองเหนือเป่าเครื่องดนตรีหน้าตาแปลกทำจากไม้โชว์ออกทีวี คิดสงสัยว่ามันมีรูเหมือนขลุ่ย แต่เสียงเป็นแซ็กฯ น่าสนใจมาก เห็นแล้วอยากจะได้สักตัวเลยพยายามดั้นด้นหามาได้หนึ่งตัวอันที่จริงผมไม่มีความรู้เรื่องดนตรีตามอย่างคนเรียนหรอกครับ เป่าขลุ่ยได้แบบครูพักลักจำเอา พอได้แซ็กฯ ไม้มาก็ฝึกเล่นจนคิดว่าโอเคแล้วน่าจะโชว์ฝีมือได้ จึงไปโชว์ตามร้านอาหารต่างๆ แล้วก็มีลูกค้าที่มากินอาหารบอกว่าอยากได้บ้าง เลยบอกผมให้ทำแล้วเขาจะซื้อ ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย ทุกครั้งที่ออกไปเล่นลูกค้าก็จะบอกว่าอยากจะได้แล้วก็ให้ไอเดียเดิมๆ นี่แหละ ก็เลยเป็นการจุดประกายให้ลองทำดู จากนั้นก็ใช้เวลาว่างจากงานร้านแว่นตาลงมือทำ
” วิบูลย์เท้าความปี 2536 เขาเริ่มต้นลงมือ จากที่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะใช้ไม้ไผ่ชนิดใด แหล่งที่มาวัสดุ หรือวิธีการขึ้นรูปโครงและการตกแต่งให้สวยงาม
“
ไม้ไผ่ที่น่าจะใกล้ตัวที่สุดก็คือข้าวหลาม ถามคนขายเขาบอกว่าไปซื้อตามโรงไม้ที่ขายไม้ไผ่เพื่อการก่อสร้างเขามีหลายขนาด ก็ไปซื้อแล้วก็ซื้อแบบไม่มีความรู้อีกเหมือนกัน ทิ้งๆ ขว้างๆ ไปก็เยอะ แต่ช่วงนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องทำให้แห้งก่อน เลยใช้ไผ่สดสีเขียวทำ (หัวเราะ) เป่ายังไงก็ไม่มีเสียง”วิบูลย์ใช้เวลาว่างจากงานร้านแว่นตา ตลอด 4 ปีคิดและประดิษฐ์ผลงานแซ็กฯ ไม้ไผ่ ผ่านวันเหนื่อยหน่าย วันสนุก วันท้อแท้ กระทั่งสำเร็จได้ในที่สุด
หลังจากทราบว่าไม้ไผ่ที่ใช้ทำต้องแห้ง และไม่หนาจนเกินไป บวกกับได้ปรึกษาหารือกับช่างทำขลุ่ย ความรู้ถูกแหล่งก็เจอเข้ากับความพยายามและแรงใจของวิบูลย์
“
ชิ้นแรกๆ ใช้เวลาต่อแซ็กโซโฟนอันหนึ่งตั้งเดือนกว่าเชียวนะ...” เขาอารามนึกย้อนให้ฟัง “เดี๋ยวนี้เร็วขึ้นราวๆ 10 วัน ก็เสร็จ ถึงจะชำนาญแล้วก็จริง แต่อย่างไรก็เป็นงานทำด้วยมือหมดเลยแม้กระทั่งเลื่อย เพราะถ้าใช้เครื่องจักรแล้วมีปัญหา แตก หัก พัง เพราะความเร็ว ความแรงไม่เท่ากัน ท้ายสุดก็ต้องใช้เวลาตกแต่งรูปทรง ทาวานิชเคลือบ อีกทั้งต้องใช้เครื่องจูนบันไดเสียงอีกให้ตรงตามสากล“
เสียงที่ได้แตกต่างจากแซ็กโซโฟนแบบสากลอย่างไร” ผมสงสัยที่สุด“
ลูกค้าที่เก่งเรื่องแซ็กโซโฟนเขาว่า แซ็กฯ ของผมเนี่ยเขาบอกว่าเสียงนุ่มกว่าแซ็กฯ โลหะนะ ถ้าฝรั่งเขาบอกว่าเสียงมันซอฟต์ วอร์ม ซาวด์ เป็นเสียงจากไม้ นุ่ม ละมุน แบบตะวันออก เหมือนผสมผสานระหว่างขลุ่ยกับแซ็กฯ แต่ระบบหัวเป่าของผมก็ใช้แบบเดียวกับแซ็กโซโฟนสากลเลยครับ และปัจจุบันทำ 2 ขนาด 2 ชนิด แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า”เห็นหน้าตาดี เสียงเพราะ และดูน่าเก็บสะสมอย่างนี้ สนนราคากว้างพอคนรักดนตรีมือใหม่จะซื้อหาไปหัดได้ตั้งแต่ 5,0001.5 หมื่นบาท ขึ้นกับขนาด และรูปแบบ
“
ต้นทุนไม้สมัยนี้อาจจะแพงขึ้น แต่ผมขายราคาเท่าเดิมนะ ผมยอมลงทุนเพื่อที่อยากจะให้คนที่ซื้อไปเกิดความสุขในการเป่า ฝรั่งเขาคุ้นเคยกับการเป่าแบบหัวแซ็กฯ สากล แล้วเวลาเขาเป่าหัวจริงแล้วรู้สึกว่าเป่าง่ายแล้วก็เสียงกังวานกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นบางคนก็ชอบหัวเป่าแบบไม้ไผ่ เขาบอกเสียงมันจะนุ่มกว่า ก็เลือกกันไป แต่แซ็กฯ ตัวเล็กบันไดเสียงมันจะสูงกว่า ส่วนตัวใหญ่บันไดเสียงมันก็ต่ำ และทำค่อนข้างยาก” ไอเดียผลงานนี้ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ วิบูลย์ ตั้งยืนยง เจ้าของผลงาน 022225481ใครอยากทราบเดือนๆ หนึ่งลุงวิบูลย์ผลิตแซ็กโซโฟนส่งขายกี่ตัว และเครื่องไม้เครื่องมือในการประดิษฐ์เป็นอย่างไร โปรดติดตามชมเพิ่มเติมในรายการเศรษฐกิจคิดไม่ถึง ช่อง 5 เวลา 11.40 น. วันพฤหัสบดีที่ 13 ม.ค. 2554







