
เตรียมจัดงานใหญ่รำลึก 30 ปีเหตุการณ์นองเลือด"พฤษภาทมิฬ"
คณะกรรมการพฤษภาประชาธรรมแถลงจัดงานใหญ่รำลึกเหตุการณ์ 30 ปีพฤษภาทมิฬ 17 พ.ค.มีทั้งกิจกรรมวัฒนธรรม-ศาสนาเชิญทุกภาคส่วนร่วมงาน“อานันท์” พร้อมส่งเทียบเชิญผบ.ทบ.มาร่วม
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ?ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ตรงข้ามวชิรพยาบาล) คณะกรรมการพฤษภาประชาธรรม ร่วมกันแถลงจัดงานรำลึก 30 ปี พฤษภาประชาธรรม โดยมี นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ดร.โคทม อารียา ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ประธานคณะกรรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และ นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมงาน
นายอดุลย์ กล่าวว่า วันที่ 17 พฤษภาคมปีนี้ครบรอบ 30 ปีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เป็นเหตุการณ์ความสูญเสียนำมาซึ่งความเป็นประชาธิปไตย ที่ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์ที่สุด เท่าที่ประเทศไทยมีมา แต่เป็นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและไม่พึงประสงค์ เนื่องจากมีทั้งคนตายและคนหาย เรารู้ว่ารัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ขีดเส้นใต้ว่าคนตาย 44 ท่าน สูญหาย 58 คน บาดเจ็บและพิการเพียง 41 คน แต่ความเป็นจริงถ้าดูภาพที่เกิดขึ้น มีคนหายถึง 734 คน และบาดเจ็บ 5,473 คน ไม่นับรวมบุคคลที่รักษาตัวที่คลินิกเอกชน
ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวใช้กระสุนจริง ที่ออกมายิงประชาชนถึงครึ่งคลังแสง ทั้งนี้ญาติพยามประคับประคองและได้เรียกร้องว่า แม้ความเห็นไม่ตรงกันและความศรัทธา ระหว่างพรรคการเมือง แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง และการรัฐประหารนั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาเลยอย่างเช่นปัจจุบัน
“ญาติวีรชนพยายามที่จะเรียกร้องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คือ ต้องหยุดการรัฐประหาร โดยปล่อยให้การพัฒนาประชาธิปไตย เป็นไปตามครรลอง แม้แต่บางช่วงเวลาจะใช้เวลาที่ช้ามาก แต่ก็พัฒนาไปได้ จะเห็นว่าการรัฐประหาร จะรอการพัฒนาประชาธิปไตยตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้บ้านเมืองเกิดปัญหาขึ้นมา จึงอยากเรียกร้องให้สังคมไทยทุกภาคส่วน ช่วยกันพิจารณาสิ่งที่บ้านเมืองเป็นอยู่ เพราะเราเสียเวลามากแล้ว ดังนั้นประชาชนควรที่จะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียง เรียกร้องว่าประชาชนต้องการอะไร ไม่ใช่ปล่อยให้คนกลุ่มเดิม ไม่ว่าจะเป็นกองทัพหรือการเมืองมาทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ คือ แสวงหาอำนาจ” นายอดุลย์ กล่าว
นายอดุลย์ กล่าวว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายออกมาเรียกร้องแล้ว ก็เตรียมตัวเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ขอถามว่าเลือกตั้งแล้วเป็นอย่างไร ภายใต้กติการัฐธรรมนูญและ ส.ว.ที่ยังมีอำนาจถึง 250 เสียง สิ่งที่ประชาชนต้องการคือเลือกตั้ง และทำอย่างไรถึงจะลดอำนาจตรงนี้ออกไป โดยที่ส.ว.ก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพื่อบ้านเมืองจะได้ก้าวไปสู่ความถูกต้องไม่มีความขัดแย้ง ? ?ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า ระยะหลายปีหลัง การสร้างความสมานฉันท์และลบลืมความรุนแรง ระหว่างคณะกรรมการญาติวีรชนฯกับกองทัพ ได้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว พวกเราตัดสินใจเดินเข้ากองทัพบก เพื่อที่จะเชิญผู้นำทางทหารมาร่วมงาน ที่ราชณดำเนิน และเป็นที่น่ายินดีที่กองทัพก็ตอบสนองโดยการมาร่วมงาน มีการวางพวงมาลา ตรงนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ยังต้องคงอยู่ต่อไป ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม เวลา 10:00 น. ทางคณะกรรมการญาติฯ จะไปเชิญผู้บัญชาการทหารบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อให้ท่านมาร่วมงานด้วยตัวเอง
นายอดุลย์ กล่าวว่า ในวันที่ 11 พ.ค. ญาติวีรชนจะเดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย เพื่อขอบคุณ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย เนื่องจากในอดีต นายทักษิณมีมติในปี 2548 ให้ช่วยเหลือญาติวีรชน ในการจัดตั้งมูลนิธิพฤษภา ประชาธรรม และให้สร้างอนุสาวรีย์รวมทั้งจัดงานประจำทุกปี นอกจากนี้จะเชิญ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์พฤษภามาร่วมในงานนี้ด้วย
ทั้งนี้ กรณีที่ญาติวีรชนฯ จะเชิญพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาร่วมในงานวันที่ 17 พฤษภาคมด้วยนั้น ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า เพราะพล.อ.ประวิตรให้การสนับสนุนเบื้องหลัง ด้วยการมอบหมายให้ พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ เป็ฯตัวแทนมาร่วมงาน ซึ่งเป็นการแสดงความสมานฉันท์ ให้กับญาติวีรชนฯ ดังนั้นจึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ญาติวีรชนฯมีความเห็นตรงกันว่า ควรที่จะเชิญคนรัฐบาลที่มีใจ ต่อพวกญาติมาร่วมโดยเบื้องต้นจะประสานเพื่อเชิญมาในงานดังกล่าว ส่วนนายโคทม กล่าวว่า ในวันที่ 17 พ.ค. จะทำพิธีปลูกต้นไม้ คือ “ต้นเสลา” 17 ต้นในบริเวณสวนสันติธรรม หวังว่าจะยังยืนต่อไป เป็นสัญลักษณ์ของการเจริญงอกงามของประชาธิปไตย
ด้านนายบุญแทน กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องมีเวทีระหว่างประเทศว่า ในงานวันที่ 17 พฤษภาประชาธรรม ความจริงแล้วช่วงเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ประชาชนถูกปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร สื่อไม่สามารถรายงานข่าวความจริงที่เกิดขึ้นได้ และประชาชนได้รับรู้ข่าวผ่านสื่อต่างประเทศแทน ขณะเดียวกันมีสถานีวิทยุบางแห่ง สร้างข่าวลวง สร้างความกังขาและสับสนให้กับประชาชน แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศได้รู้ และเห็นเหตุการณ์ ขณะที่คนไทยรู้น้อยมาก และรู้ความจริงผ่านวิทยุโทรทัศน์ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ
ประธาน ครป. กล่าวว่า ส่วนหนึ่งเราได้รับข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง จากองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการรายงานว่าประชาชนคนไทย ประสบวิบากกรรมอะไรบ้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้กันและกัน ดังนั้นการจัดงานในปีนี้ ในบ่ายวันที่ 17 พฤษภาคม เรื่องของประสบการณ์การต่อสู้ เรื่องประชาธิปไตยของภาคประชาชน ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงความพยายามในการผลักดันความยุติธรรม , การพัฒนาประชาธิปไตย โดยจะมีวิทยากรจากหลากหลายประเทศเข้าร่วม
นายบุญแทน กล่าวว่า ครั้งนี้เราจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากวิทยากรที่มาร่วมงาน ประเทศต่างๆ ว่าการต่อสู้ของเขาเป็นอย่างไร ซึ่งเรามีหัวใจเดียวกันในการรักประชาธิปไตย , รักความเป็นธรรม ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทางการเมือง การปฏิรูปประชาธิปไตย , การสร้างและพัฒนาประชาธิปไตย , สิทธิมนุษยชนความยุติธรรมความมั่นคงในมิติต่าง นอกจากนี้ในเวทีจะมุ่งให้ความสำคัญ ในเรื่องของคนสูญหาย ? ?ประธาน ครป. กล่าวว่า ซึ่งเหตุการณ์พฤษภาคม ปี 2535 เรามีตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งตัวเลขตรงนี้อยู่ที่สารบบ ของคณะทำงานว่าด้วยการติดตามคนหายของสหประชาชาติ มานานหลายปี กรณีของเหตุการณ์พฤษภาตัวเลข 39 รายได้ส่งถึงคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน ของสหประชาชาติ จนบัดนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าและรายงานก็ยังอยู่ในแฟ้ม เขาก็ทวงถามรัฐบาลไทยมาเป็นระยะๆ ว่ามีความคืบหน้าอะไรบ้าง ในเรื่องการติดตามการสูญหาย ซึ่งตรงนี้ประเทศไทยไม่สามารถให้คำตอบชัดเจนได้
“หนึ่งทศวรรษพฤษภาประชาธรรม จะเป็นโอกาสที่สำคัญเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประชาคมระหว่างประเทศจะได้รับรู้ ว่าเหตุการณ์พฤษภาเป็นอย่างไร ถ้าเรายังอยู่ในสายตาขององค์กรระหว่างประเทศ เพียงแต่ว่าเขาไม่เห็นความคืบหน้าของเรา เพราะเรายังติดกับดักของการต่อสู้ เรื่องประชาธิปไตยที่กลับไปกลับมา” ประธาน ครป. กล่าว
เลขา ครป. กล่าวว่า งานในวันที่ 15 พฤษภาคมจะมีการเปิดตัวงานประติมากรรม ศิลปะจัดวาง ของอาจารย์ไกลสอนประเสริฐในชื่อว่า “ดาววีรชนพฤษภา 2535” ซึ่งจะมีดาววีรชน ของผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายกว่า 100 ดวง โดยใส่ชื่อหรือคนต่างๆ ประดับในงาน ปีนี้เราเชิญตัวแทนทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ผู้นำฝ่ายค้านฯ ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และองค์กรต่างๆร่วมวางพวงมาลาสดุดีวีรชนด้วย นายเมธา กล่าวว่า โดยมีนายโคทม อารียาเป็นประธานในการกล่าวรายงาน และในปีนี้เราเชิญ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีซึ่งท่านจะร่วมวางมาลาและกล่าวเปิดงาน หลังจากนั้นก็จะมีกิจกรรมทางศาสนา ต่อด้วยการเปิดอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 โดยนายอานันท์ ปัญญารชุน อดีตประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อติดตามผู้สูญหาย และช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งได้ร่วมผลักดันอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 2535 ให้ปรากฏเป็นรูปร่างในปัจจุบัน ซึ่งใกล้แล้วเสร็จ
ขณะที่ นายไกรศร ประเสริฐ อาจารย์ ราชมงคล คลอง 6 กล่าวว่า ตนได้จัดทำปฏิมากรรมศิลปจัดวางเป็นรูปดาวเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย จากเหตุการณ์ดังกล่าว อยากให้คนช่วยกันตามหาค้นหายญาติ ดูรูปภาพเพื่อค้นหาย คนที่ยังไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ และมีส่วนร่วมในการเขียนชื่อหรือนำภาพ มาติดลงบนดาวนี้ตนคิดว่าการหายของคน ไม่ควรหาย จึงอยากให้ความสำคัญกับค้นหาย อยากให้งาน 30 พฤษภาประชาธรรม เป็นจุดเริ่มต้น ที่เห็นคุณค่าของคนที่สูญหาย







