
โลกมองไทย
จุดแข็งจุดหนึ่งของประเทศไทยและนับเป็นข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจ อีกแง่หนึ่งก็คือ การท่องเที่ยวภายในประเทศไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามและน่าอยู่อาศัย
โดยเอเอฟพีรายงานตัวเลขการท่องเที่ยวล่าสุดของไทย พบว่าในปี 2553 ที่ผ่านมา แม้จะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตทางการเมืองอย่างหนักหน่วง แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในไทยกลับไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
ต้องขอบคุณระบบพื้นฐานของการคมนาคมขนส่งของประเทศ ที่เอื้อให้นักท่องเที่ยวสามารถบินตรงไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย เกาะสมุย และภูเก็ต สุดยอดจังหวัดท่องเที่ยวทางทะเลของไทย จนได้สมญาว่าไข่มุกแห่งอันดามัน
พูดถึง จ.ภูเก็ต หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กำลังอู้ฟู่และมีทิศทางที่สดใส ด้วยข้อได้เปรียบของสภาพอากาศที่อบอุ่นกำลังดี และภูมิประเทศแวดล้อมด้วยภูเขาและทะเล ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมากมายแห่เข้ามาลงทุนในด้านนี้อย่างคึกคัก โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพวกเศรษฐีมีสตางค์แทบทั้งสิ้น
ซึ่งราคาบ้านระดับหรูในภูเก็ตขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 60 กว่าล้านบาท โดยราคาดังกล่าวสามารถหาได้ในบ้านขนาด 4 ห้องนอน วิวติดทะเล และเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย
แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะซึมเซา แต่ไม่ใช่สำหรับประเทศธุรกิจเกิดใหม่ในเอเชีย โดย นิก แอนโทนีเจ้าของร่วมอินดีโก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ระบุว่า ลูกค้าส่วนใหญ่คือชาวฮ่องกง สิงคโปร์ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย และมีบ้างในแถบยุโรปชาวอเมริกันมีบ้างแต่ไม่มากนัก
ขณะที่ แอน อดินิอุส ผู้อำนวยการซิคเนเจอร์ เรซิเดนท์ ซึ่งเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตนับเป็นสถานที่ที่สุดยอดที่สุดสำหรับวันหยุดพักผ่อน เหมาะสำหรับใช้เป็นบ้านหลังที่สอง หรือไว้สำหรับเกษียณ ยิ่งไปกว่านั้น เทรนด์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบันในหมู่ชาวฮ่องกงและสิงคโปร์ ก็คือ การซื้อไว้เพื่อมาทำเป็นบ้านถาวร







