
เขมรจับคนไทยแม่ทัพภาค1วอนอย่าตำหนิทหารอ่อน
แม่ทัพภาค1 วอนประชาชนอย่าตำหนิทหารไทยอ่อนพร้อมทำทุกอย่างแต่ต้องนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยันช่วยประสานเต็มที่แล้วยันกองกำลังบูรพา ดูแลชายแดนได้
แม่ทัพภาค1 วอนประชาชนอย่าตำหนิทหารไทยอ่อนพร้อมทำทุกอย่างแต่ต้องนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยันช่วยประสานเต็มที่แล้วยันกองกำลังบูรพา ดูแลชายแดนได้
หลังเกิดเหตุ 7 คนไทย ถูกทหารกัมพูชา จับกุมไป ทำให้กองทัพบก กองทัพภาค1 ซึ่งดูแลพื้นที่ ถูกวิจารณ์ว่า แก้ปัญหาล่าช้า และอ่อนแอ ในการช่วยเหลือ
พลโท อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ได้ให้สัมภาษณ์ ดังนี้
ถาม- หน่วยทหารในพื้นที่รู้ก่อนหรือไม่ว่า คณะของ นาย พนิช จะเข้าในพื้นที่ปัญหา
ตอบ- หน่วยทหารพรานในพื้นที่ เพิ่งทราบตอนที่ รถของคณะผ่านด่านจุดตรวจเข้าไป โดยทางทหารพราน เรียกให้หยุดรถ แต่ขบวนรถไม่หยุด ตอนนั้นทหารพรานก็ตามไม่ได้ เพราะรถมอเตอร์ไซค์เสีย จากนั้นก็ไปหารถ แล้วก็ตามเข้าไป พอไปถึง คณะทั้ง 7 คนก็ผ่านเขตรั้วลวดหนาม เข้าไปแล้ว คงเหลือแค่ 3 คนที่เราเรียกให้กลับเข้ามาได้ทัน
ถาม- เป็นความบกพร่องของทหาร หรือตชด.ในพื้นที่หรือไม่ ที่ไม่ยอมสกัด หรือแจ้งผบ.หน่วยระดับสูง
ตอบ- ตอนนั้น เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่หน่วยในพื้นที่ก็ได้ทำหน้าที่แล้ว แต่มันสุดวิสัย พอเกิดเหตุ เราก็พยายามประสานงานกับกัมพูชา ในพื้นที่และทุกระดับ แต่เนื่องจากมีการส่งตัวทั้ง 7 คน เข้ากรุงพนมเปญไปแล้ว จึงเลยระดับของท้องถิ่น แต่ยืนยันว่าปกติความสัมพันธ์ทางทหารของเรากับเขมรดีมาก
ถาม-กรณีนี้ทำให้กองทัพบกถูกวิพากษ์วิจารณ์ อย่างหนักว่า “อ่อน”
ตอบ- เรื่องนี้ทำให้เราไม่สบายใจ ผบ.ทบ.เอง ท่านก็อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า ทหารเราก็ช่วยเต็มที่ ในการประสานในระดับท้องถิ่น จนถึงระดับบนไปจนถึง รมว.กลาโหม ก็ประสานกับทางเขมร แต่ก็ต้องยึดหลักกระบวนการตามกฎหมายของกัมพูชา
ถาม- มีการวิจารณ์ว่า ทำไมตอนเกิดเหตุทหารไทย ไม่บุกเข้าไปช่วยทั้ง 7คน ทันทีเลย
ตอบ- ถ้าถามว่า ทหารเราอยากจะช่วยไหม ก็อยากช่วย เราพร้อม แต่ต้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตัดสินใจ แต่ต้องคำนึงว่า หากทำเช่นนั้น ก็ต้องมีการปะทะกันแน่นอน แล้วอาจลุกลามส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทหารเราพร้อมทำทุกอย่างถ้าสั่งมา แต่ต้องดูผลที่จะตามมาด้วย แต่ทหารเราก็ช่วยประสานเจรจาเต็มที่
ถาม- มองเรื่องนี้อย่างไร
ตอบ- เรายังไม่สามารถพูดได้ว่า ใครผิดใครถูก หรือจงใจหรือไม่จงใจ แต่แค่ต้องการเข้าไปดูพื้นที่ ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนเข้ามา ถือเป็นเจตนาดี อีกทั้งพื้นที่ก็ยังไม่ชัดเจน แต่อาจเป็นการคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างนี้ ปกติการจะเข้าพื้นที่ปัญหา ในพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน ทั้งสองฝ่ายก็จะต้องประสานกันก่อนว่า จะขอเข้าพื้นที่ เพราะหากฝั่งกัมพูชา ต้องการเข้ามาในพื้นที่ที่เราตกลงกันว่าเขาเข้ามาไม่ได้ เวลาจะมีอะไรก็ต้องขออนุญาตทางไทย เช่นเดียวกัน หากเราจะเข้าไปในจุดบางจุดที่ยังไม่ชัดเจนและเป็นพื้นที่เดิมที่กัมพูชาใช้อยู่ เวลาเราจะเข้าไปดูหรือประสานก็ต้องบอกเขาก่อน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาใดๆ ผมก็คิดว่าต่อไปก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคนในพื้นที่เราก็ดูแลเต็มที่ เพราะผบ.ทบ.ให้นโยบายว่าประชาชนตลอดแนวชายแดนเราต้องมีความปลอดภัย และยืนยันว่าถ้าเป็นส่วนของเราที่มีความชัดเจนใครก็เข้ามาทำอะไรคนไทยไม่ได้
ขณะนี้กองกำลังบูรพาก็มีความพร้อมที่จะดูแลคนไทยทังหมดตามแนวชายแดนในฝั่งของกองทัพภาคที่ 1 โดยเรามีการลาดตระเวน ตลอด แต่แนวชายแดนของกองทัพภาคที่ 1 ที่ติดกับฝั่งกัมพูชาเป็นพื้นที่ง่ายต่อการข้ามไปมา เพราะฉะนั้นก็ต้องเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนมากยิ่งขึ้น เพราะไม่มีความชัดเจนในเรื่องเส้นเขตแดนที่มองเห็นชัด และไม่มีสิ่งกีดขวางเช่นทิวเขาใดๆ การข้ามไปมาทำโดยง่าย ก็ต้องกำชับกับทางกองกำลังบูรพาไปแล้วว่าให้ลาดตระเวนเฝ้าระวังจุดต่างๆให้เข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อไป
ถาม-ขณะนี้ ทหารกัมพูชาส่งมาตรึงบริเวณแนวชายแดน
ตอบ-ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะว่าจากการตรวจสอบดูแล้วกำลังของเขาก็อยู่ในพื้นที่ของเขาและเขาก็รับผิดชอบอยู่ ก็เป็นปกติว่าหากเกิดเหตุการณ์อะไรพิเศษก็คงมีการเฝ้าระวังพิเศษ เช่นเดียวกับของเราก็มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทางกองกำลังบูรพาก็มีกำลังเพียงพอไม่ได้เพิ่มเติมทหาร แต่ปรับกำลังให้เหมาะสม เพราะกำลังที่มีอยู่ก็มากเพียงพอดูแลได้อยู่แล้ว ซึ่ง พลตรี วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ยืนยันว่าในภาพรวม ทหารเราสามารถดูแลพื้นที่ได้ เพราะพื้นที่ของเราก็คือของเรา แต่พื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจนก็รอการตกลงกันต่อไป เพราะในอดีตที่ผ่านมาเราก็ดำเนินการมาตลอด ไม่ได้นิ่งเฉยทั้งในระดับรัฐบาลและในพื้นที่ คงรอให้มีความชัดเจนในบางจุดเท่านั้นเองแต่ส่วนใหญ่เรียบร้อยไม่มีปัญหา
สำหรับการดูแลประชาชนพื้นที่นั้น เราก็ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องว่าในพื้นที่ที่ยังมีปัญหาบางจุดก็ต้องระวัง ซึ่งคนในพื้นที่จะเข้าใจแล้ว ส่วนพื้นที่ที่ยังมีปัญหาคงต้องรอการประสานงานของทั้ง 2 ประเทศ เพราะยังไม่ชัดเจนไม่เป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งมีเล็กน้อยก็ต้องหารือกันต่อไป เราก็พยายามมาตลอดแต่ก็มีข้อคิดเห็นที่แตกต่าง เราก็ต้องเคารพซึ่งกันและกัน.







