posttoday
กระแสกีดกันการลงทุนแรง ธุรกิจเอเซียพับดีลเทกโอเวอร์

กระแสกีดกันการลงทุนแรง ธุรกิจเอเซียพับดีลเทกโอเวอร์

06 มกราคม 2554

ท่ามกลางกระแสความคาดหวังต่อเอเชียในฐานะภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คึกคักที่สุดในโลก ยังปรากฏปัจจัยเสี่ยงอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสั่นคลอนความแข็งแกร่ง และความมั่งคั่งของเอเชีย และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภูมิภาคอื่นๆ ที่หวังจะต่อพ่วงกระแสความคึกคักของเอเชีย

ท่ามกลางกระแสความคาดหวังต่อเอเชียในฐานะภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คึกคักที่สุดในโลก ยังปรากฏปัจจัยเสี่ยงอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสั่นคลอนความแข็งแกร่ง และความมั่งคั่งของเอเชีย และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภูมิภาคอื่นๆ ที่หวังจะต่อพ่วงกระแสความคึกคักของเอเชีย

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

กระแสกีดกันการลงทุนแรง ธุรกิจเอเซียพับดีลเทกโอเวอร์

ท่ามกลางกระแสความคาดหวังต่อเอเชียในฐานะภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คึกคักที่สุดในโลก ยังปรากฏปัจจัยเสี่ยงอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสั่นคลอนความแข็งแกร่ง และความมั่งคั่งของเอเชีย และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภูมิภาคอื่นๆ ที่หวังจะต่อพ่วงกระแสความคึกคักของเอเชีย

ปัจจัยเสี่ยงที่ว่านี้คือ กระแสกีดกันทางการค้า

ในความเป็นจริงแล้ว กระแสกีดกันทางการค้าเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นในภาคการค้าระหว่างประเทศ ในระดับเศรษฐกิจมหภาคดังจะเห็นได้จากการตอบโต้กันด้วยมาตรการต่างๆ ระหว่างสหรัฐและจีน เพื่อปกป้องภาคส่งออกของตนเอง และขวางทางภาคนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่กรณี

เมื่อย่างเข้าศักราชใหม่ เริ่มปรากฏชัดขึ้นว่า กระแสกีดกันทางการค้ามิได้จำกัดวงเฉพาะในเศรษฐกิจมหภาคเท่านั้น แต่ยังเริ่มลุกลามเข้าสู่ภาคธุรกิจ จนถึงขั้นที่อาจยุติความพยายามที่จะซื้อขายหรือควบรวมกิจการในเอเชียในปีนี้ลงหลายโครงการ รวมมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ

อุตสาหกรรมที่มีความเปราะบางสูงในทางยุทธศาสตร์ เริ่มที่จะมีการสวมเกราะป้องกันการเทกโอเวอร์จากทุนนอก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทรัพยากรธรรมชาติ ภาคเกษตร และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจการด้านกลาโหม

ในบางประเทศของเอเชีย ธุรกิจธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ เริ่มปรากฏกระแสกีดกันการลงทุนจากภายนอกเช่นเดียวกัน

เฉพาะในส่วนของธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ ได้เกิดกรณีศึกษาที่น่าสนใจเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เสนอซื้อกิจการ ASX บริษัทผู้ประกอบการหลักทรัพย์ของออสเตรเลีย ด้วยมูลค่าสูงถึง 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทว่า ความพยายามของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ต้องพบกับการคัดค้านอย่างรุนแรงของบรรดาสมาชิกรัฐสภาของออสเตรเลีย ถึงขั้นที่พยายามผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายป้องกันการซื้อกิจการสำคัญๆ ของประเทศโดยทุนต่างชาติ

กระแสกีดกันทางการค้าในภาคธุรกิจ จะยังความเสื่อมถอยให้เกิดขึ้นกับตลาดเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการไปสู่ตลาดเสรีที่มีความน่าเชื่อถือ และอาจก่อให้เกิดความกังวลใจกับนักลงทุนว่า นับแต่นี้รัฐบาลในเอเชียจะสอดมือเข้ามายุ่มย่ามกับภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการควบรวมหรือซื้อกิจการ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ภาครัฐมักปล่อยให้กิจกรรมทางธุรกิจในทำนองนี้เป็นอิสระค่อนข้างเต็มที่

ผลร้ายอีกประการหนึ่ง คือการกีดกันทางการค้าและธุรกิจอาจขยายวงจนกลายเป็นความขัดแย้งในทางการเมือง หรือกระทั่งลุกลามจนก่อความไม่พอใจต่อสาธารณชน

แต่ที่สำคัญที่สุด ยังคงเป็นภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียของประเทศนั้นๆ

ตัวอย่างที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชีย คือการที่แคนาดาตัดสินใจขัดขวางมิให้บริษัท BHP Billiton ซื้อกิจการบริษัท Potash Corp ของแคนาดา ด้วยมูลค่าการซื้อสูงถึง 3.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ การทำเช่นนี้ยังผลให้ภาพลักษณ์ของแคนาดาในฐานะประเทศที่เป็นมิตรกับนักลงทุน

มูลเหตุสำคัญ น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่กิจการของ Potash Corp เกี่ยวข้องกับการผลิตปุ๋ยสำหรับการเกษตร ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในภาคการผลิต และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศ ยังผลให้รัฐบาลแคนาดาต้องกระโจนเข้ามาขวางดีลในครั้งนี้

ความเปราะบางของอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ยังกลายเป็นปราการขวางกั้นการตกลงทำธุรกิจในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ไม่ว่าจะเป็นการที่บริษัท BHP Billiton และบริษัท Rio Tinto ของออสเตรเลียต้องพับแผนควบรวมกิจการ เนื่องจากอาจไม่ได้เข้าไปลงทุนในยุโรป หลังจากที่สภาพยุโรป (EU) ประกาศก้องว่า จะขัดขวางแผนการร่วมกิจการของทั้งสองบริษัท เนื่องจากเกรงว่าการรวมตัวกันของทั้งสอง จะก่อให้เกิดบริษัทเหมืองแร่เหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนนำไปสู่การผูกขาดโดยธุรกิจจากออสเตรเลีย

หากออสเตรเลียสามารถผูกขาดอุตสาห กรรมสินแร่เหล็กเอาไว้ได้ ย่อมหมายความว่าปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมจะตกอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น และประเทศนั้นยังอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเสียด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่รัฐบาลอินเดียขัดขวางการขยายหุ้นของ Vedanta Resource ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนในอินเดียของ Cairn Energy จากอังกฤษ หุ้นส่วนใหญ่ที่จะขายไปนั้นมีมูลค่าถึง 9,600 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ประเด็นสำคัญมิได้อยู่ที่มูลค่าหุ้น แต่อยู่ที่บริษัท Vedanta Resource ที่เกี่ยวข้องกับกิจการทำเหมือง อันเป็นอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ของอินเดียและนานาประเทศ

ไม่เฉพาะแต่อุตสาหกรรมสินแร่เหล็กกล้า และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น เพราะอุตสาหกรรมกำลังตกอยู่ในสภาพเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันทำราคาสูงขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมด้วยความกระหายน้ำมันอย่างรุนแรงของนานาประเทศในเอเชีย ที่กำลังขับเคลื่อนจักรกลทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด กำลังจับตากันว่า Petrovietnamรัฐวิสาหกิจน้ำมันของเวียดนามจะสามารถคว้าบริษัท TNKBP บริษัทสาขาของ BP ในรัสเซียมาครอบครองได้หรือไม่ เพราะรัสเซียเองก็ปรารถนาที่จะผูกขาดความเป็นมหาอำนาจด้านพลังงานของตัวเองเอาไว้เช่นกัน

หากเส้นทางบนถนนธุรกิจกำลังพบกับอุปสรรคขวากหนาม ตรงกันข้ามกับเส้นทางบนถนนเศรษฐกิจ เอเชียจะสามารถแสวงหาทางออกได้อย่างไร?

จีนอาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการผ่าทางตันในภาคธุรกิจ เพราะทุกวันนี้ จีนเบนเข็มมุ่งไปลงทุนอย่างหนักในแอฟริกา โดยเฉพาะในภาคเหมืองแร่และภาคพลังงาน เนื่องจากภูมิภาคนี้ไม่เพียงมั่งคั่งไปด้วยทรัพยากร แต่ยังไม่มีแรงต้านทางการเมือง หรือกระแสกีดกันทางการค้า จนต้องพับดีลทางธุรกิจเหมือนในยุโรป ออสเตรเลีย หรือกระทั่งในอเมริกา

การกีดกันทางการค้าไม่ควรเป็นปราการขวางกั้นค้าขายอย่างเสรีฉันใด ก็ไม่ควรเป็นมูลเหตุที่นำมาขัดขวางการลงทุนอย่างเสรีฉันนั้น

การค้าและการลงทุนอย่างเสรีเท่านั้นที่จะสามารถเสริมแรงให้กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท