
โลกมองไทย
นอกจากการเมืองของประเทศไทยในปี 2554 นี้จะกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกต่างจับตามองด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าจะเดินทางไปในทิศทางใด ประเด็นด้านเศรษฐกิจก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ในฐานะที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน และน่าลงทุนอีกประเทศหนึ่งในเอเชีย
ประเดิมกันด้วยข่าวดีกันก่อน โดยบลูมเบิร์ก รายงานข่าวเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่าราคายางในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการยางในญี่ปุ่นและจีนมีมากขึ้น ส่งผลให้ราคายางในประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก พุ่งไปอยู่ที่ 154.55 บาทต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือภาวะการขาดแคลนยางของไทย อันเนื่องมาจากแหล่งผลิตในภาคใต้ของประเทศโดนพายุฝนซัดกระหน่ำ และมีแนวโน้มต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงเดือน มี.ค.
ด้านไฟแนนเชียล ไทมส์ เปิดเผยว่า ราคาหุ้นในตลาดเอเชียพุ่งทะยานต้อนรับการเปิดตลาดในช่วงปีใหม่ รวมทั้งหุ้นในประเทศไทย แม้ในวันถัดมาตลาดหุ้นเอเชียในประเทศอื่นๆ จะติดลบ แต่ตลาดหุ้นในไทยกลับติดลมบน ปรับตัวบวกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดไทยคึกคัก และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงต้องจับตามองค่าเงินของตัวเองอย่างใกล้ชิด เอเอฟพี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเฟ้อมากขึ้น เนื่องมาจากราคาอาหารและพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคตลอดปี 2553 ดีดตัวสูงขึ้น 3.3% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมากนักสำหรับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มอีกครั้ง เพื่อเบรกภาวะเงินเฟ้อดังกล่าว
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทของประเทศไทยยังตกที่นั่งเดียวกันกับค่าเงินสกุลเอเชียอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบภาวะซบเซาของค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจนทำให้ค่าเงินบาทถีบตัวสูงที่สุดในรอบ 13 ปี ส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อภาคการส่งออกของประเทศ







