
มหกรรมเผาเงิน
ไม่น่าแปลกใจแม้แต่น้อย เมื่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานกบง. ตัดสินใจแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซล โดยใช้เงินอีก 5,000 ล้านบาท ทุ่มเข้าไป เพื่อตรึงราคาดีเซลเอาไว้ที่ 30 บาท/ลิตร
ไม่น่าแปลกใจแม้แต่น้อย เมื่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานกบง. ตัดสินใจแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซล โดยใช้เงินอีก 5,000 ล้านบาท ทุ่มเข้าไป เพื่อตรึงราคาดีเซลเอาไว้ที่ 30 บาท/ลิตร
ก่อนหน้านี้ กบง.เพิ่งควักเนื้อ 5,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับของใหม่อีกเท่าๆ กัน จึงตั้งท่าจะใช้เงินรวม 1 หมื่นล้านบาท
แต่เชื่อเถอะ จะตรึงราคาอย่างไรก็เอาไม่อยู่ เนื่องจากแนวโน้มน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น และทำให้มองว่าจะตรึงราคากันได้ไม่กี่เดือน เงินก็จะหมด
จากนั้นต้องหาทางควักเนื้อกันใหม่
ข้ออ้างในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลก็คือ จะกระทบกับการขนส่ง ลามไปถึงราคาสินค้า ขณะเดียวกันชาวไร่ ชาวนาที่ใช้รถน้ำมันดีเซลจะเดือดร้อน
ที่สำคัญหลายๆ รัฐบาลก็ตรึงราคาน้ำมัน ถ้าใครไม่ทำคะแนนเสียงมีหวังหดหาย
แต่ทว่าการตรึงราคาน้ำมัน ควรเลิกได้แล้ว หรือถ้าจะทำก็ต้องทำไปสิ่งสุดท้าย
มีอะไรมากมายที่รัฐบาลควรทำแต่ยังไม่ทำ อาทิ การรณรงค์ให้คนใช้รถยนต์ประหยัดน้ำมัน และเข้าใจสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ตรึงราคา ใช้น้ำมันเหมือนเผาเงินอย่างสบายใจเฉิบ
คิดง่ายๆ หากประหยัดการใช้น้ำมันได้ 10% ก็เท่ากับว่า จะลดราคาน้ำมันดีเซลโดยอัตโนมัติลิตรละ 3 บาท ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณใดๆ สักสลึง
และยิ่งถ้าคิดว่าเงินสดๆ 1 หมื่นล้านบาท ที่ตรึงราคาน้ำมัน เอาไปทำอะไรได้หลายๆ อย่าง ก็ยิ่งน่าจะเลิกได้
อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ จากลาดกระบังไปยังแหลมฉบัง ระยะทาง 78 กม. ใช้เงินแค่ 5,000 ล้านบาท
โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก จ.อุตรดิตถ์ รองรับการส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ 304,031 ไร่ และส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่โครงการชลประทานเดิมอีก 134,804 ไร่ ใช้งบประมาณ 10,500 ล้านบาท เท่าๆ กับเงินที่ไปละลายกับการตรึงน้ำมัน
แม้กระทั่งการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 500 เตียง ใช้งบประมาณราวๆ 2,000 ล้านบาท หรือคิดง่ายๆ เงินที่จะหมดไปกับการตรึงน้ำมันเอาไปสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้อีกถึง 5 แห่ง
การตรึงราคาน้ำมันจึงไม่ต่างจากการเอาเงินไปเผาเล่น
เห็นแล้ว มันปวดกระดองใจจริงๆ







