
ราคาน้ำมันโลกพุ่งฉุดศก.ฟื้น
ราคาน้ำมันโลกเขยิบใกล้โซนอันตราย หวั่นคุกคามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนา
ราคาน้ำมันโลกเขยิบใกล้โซนอันตราย หวั่นคุกคามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนา
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 5 ม.ค. อ้าง ฟาทิส บิรอล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ที่เตือนว่า ราคาน้ำมันที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังเข้าสู่เขตอันตราย ซึ่งอาจเป็นภัยต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในปีนี้
“การนำเข้าน้ำมันในราคาแพง กำลังเป็นภัยคุกคามต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และถือเป็นสัญญาณเตือนไปยังประเทศที่นำเข้าและผลิตน้ำมัน” บิรอล กล่าว
นักวิเคราะห์ของไออีเอ ยังระบุด้วยว่า ในปีที่แล้วต้นทุนการนำเข้าน้ำมันของ 34 ประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ทะยานขึ้นจาก 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 7.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ท่าทีของบิรอลซึ่งมีขึ้นในขณะที่ราคาน้ำมันเฉียดเข้าใกล้ 100 เหรียญสหรัฐ น่าจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันไปยังองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วตัดสินใจตรึงโควตาการผลิตน้ำมันในระดับเดิม ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันกำลังถีบตัวสูงขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์จากไออีเอ ย้ำว่า ไม่มีผู้ใดที่จะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ไต่ระดับสูงขึ้น
“ผู้ส่งออกน้ำมันต้องการลูกค้าที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็ง แต่ทว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนี้ จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเหล่านี้แย่ลงในไม่ช้า ซึ่งหมายความว่า ความต้องการในการนำเข้าน้ำมันก็จะลดลงตามไปด้วย” บิรอล กล่าว พร้อมแนะว่า ในระยะสั้นผู้ผลิตน้ำมันควรเพิ่มปริมาณการผลิต
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ราคาน้ำมันในตลาดโลกทำสูงสุดในรอบ 2 ปี ท่ามกลางความเชื่อมั่นว่าความต้องการในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น ภายหลังมีหลายสัญญาณที่ส่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว โดยราคาน้ำมันดิบไลต์สวีต นครนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน ก.พ. ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 92.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นับเป็นการปรับตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2552







