
มธ.วิพากษ์นโยบายมาร์คแค่หาเสียง
นักวิชาการติงรัฐบาลหลงนโยบายประชานิยมทำงบลงทุนลดฮวบ ประสิทธิภาพเศรษฐกิจระยะยาวหด
นักวิชาการติงรัฐบาลหลงนโยบายประชานิยมทำงบลงทุนลดฮวบ ประสิทธิภาพเศรษฐกิจระยะยาวหด
นางปัทมาวดี ซูซูกิ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) หัวหน้าโครงการจับตานโยบายรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มองข้ามการ นโยบายเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจ โดยมุ่งแต่ออกนโยบายที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความพอใจให้กับฐานเสียงทางการเมือง โดยละเลยนโยบายการบริหารเศรษฐกิจระยะยาว
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่างบลงทุนของประเทศต่อจีดีพีกลับลดลงต่อเนื่องจาก 8% ในปี 2540 เป็น 3.3% ในปี 2554 ภาระของหนี้ประเทศเพิ่มขึ้น ขีดความสามารถการแข่งขันลดลง ไม่มีทิศทางการปรับตัวสู่การรวมตัวของประเทศอาเซียน และไม่มีงบประมาณเกี่ยวกับพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
นางปัทมาวดี กล่าวว่า นโยบายพลังงานมีทิศทางที่ไม่ชัดเจนแก่ผู้ผลิตและผู้บริโภค มีความขัดแย้งกันเอง เนื่องจากการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสูง แต่กลับมีการควบคุมราคาก๊าซหุงต้มและก๊าซธรรมชาติให้อยู่ในราคาต่ำ และยังมีการอุดหนุนค่าไฟฟ้า
“รัฐบาลต้องทบทวนการอุดหนุนค่าไฟและค่าก๊าซ เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และควรเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้ต่ำลง แต่ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเป็นตัวปรับราคาแทน เพื่อให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น” นางปัทมาวดี กล่าว
ด้านนายพีระ เจริญพร อาจารย์เศรษฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า การดำเนินนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ไม่สามารถสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจต่อเนื่อง ส่วนโครงการไทยเข้มแข็งไม่ได้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เพราะเป็นโครงการปะผุกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ยังมีปัญหาเบิกจ่ายได้ล่าช้า การจัดอันดับความสำคัญของโครงการไม่ดี และที่ผ่านมามีปัญหาการเมืองและน้ำท่วม ก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญทำให้การลงทุนของภาครัฐลดลง
ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งสร้างสมดุลนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้นและยาว ผลักดันการลงทุนให้สู่ความเป็นจริง และเน้นคุณภาพของการลงทุนให้มากที่สุด







