
เปิดผลศึกษาวัคซีนเข็มกระตุ้น ช่วยลดเสียชีวิต-อาการรุนแรงในกลุ่มเสี่ยง
สธ.เผยผลศึกษาประสิทธิผลการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น พบสามารถช่วยลดการเสียชีวิตและอาการรุนแรงในกลุ่มเสี่ยงได้มาก
เมื่อวันที่ 21 มี.ค.65 นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศมีจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่ สธ. คาดหมาย และยังสามารถรับมือได้อยู่
ทั้งนี้ จากข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 มี.ค. 65 มีทั้งหมด 2,464 ราย โดยพบว่าในจำนวนนี้ ยังไม่ได้รับวัคซีนถึง 57%, ได้รับวัคซีน 2 เข็ม 31%, ได้รับวัคซีน 1 เข็ม 8% และได้รับวัคซีน 3 เข็ม 4% ดังนั้น ขอให้ประชาชนมารับวัคซีนเข็มบูสเตอร์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันการป่วยหนัก และเสียชีวิต
ด้านคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการศึกษาความก้าวหน้าการประเมินประสิทธิผลวัคซีน จากการใช้จริงระยะที่มีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน พบว่า ผลเบื้องต้นการประเมินประสิทธิผลของวัคซีนโควิด-19 จ.เชียงใหม่ ในเดือนม.ค. และก.พ. 65 มีดังนี้
1. การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19
-ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ในเดือนม.ค.-ก.พ. 65 ผลคือไม่ป้องกันการติดเชื้อ
-ฉีดวัคซีน 3 เข็ม ในเดือนม.ค. 65 ผลคือป้องกันการติดเชื้อได้ 68% เดือนก.พ. 65 ผลคือป้องกันการติดเชื้อได้ 45%
-ฉีดวัคซีน 4 เข็ม ในเดือนก.พ. 65 ผลคือป้องกันการติดเชื้อได้ 82%
2. การป้องกันการเสียชีวิตจากโควิด-19
-ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ในเดือนม.ค. 65 ผลคือป้องกันการเสียชีวิตได้ 93% เดือนก.พ. 65 ผลคือป้องกันการเสียชีวิตได้ 85%
-ฉีดวัคซีน 3 เข็ม ในเดือนม.ค. 65 ผลคือป้องกันการเสียชีวิตได้ 98% เดือนก.พ. 65 ผลคือป้องกันการเสียชีวิตได้ 98%
-ฉีดวัคซีน 4 เข็ม ในเดือนม.ค.-ก.พ. 65 ยังไม่มีผู้เสียชีวิตในผู้ที่ได้รับวัคซีน 4 เข็ม
ทั้งนี้ สอดคล้องกับผลเบื้องต้นในการประเมินประสิทธิผลของวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง ระดับประเทศ เดือน ม.ค. 65 ดังนี้
1. การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19
-ฉีดวัคซีน 2 เข็ม มีประสิทธิผล 4.1%
-ฉีดวัคซีน 3 เข็ม มีประสิทธิผล 56%
-ฉีดวัคซีน 4 เข็ม มีประสิทธิผล 84.7%
2. การป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต
-ฉีดวัคซีน 2 เข็ม มีประสิทธิผล 54.8%
-ฉีดวัคซีน 3 เข็ม มีประสิทธิผล 88.1%
3. การป้องกันการเสียชีวิตจากโควิด-19
-ฉีดวัคซีน 2 เข็ม มีประสิทธิผล 79.2%
-ฉีดวัคซีน 3 เข็ม มีประสิทธิผล 87%
นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า มีประชาชนที่มีความลังเลที่จะแนะนำผู้สูงอายุให้ฉีดวัคซีน โดยพบว่าประชาชนมีความเชื่อ คือ ญาติอายุมากแล้ว อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ไปไหน คงไม่เสี่ยงโควิด แต่ความจริง คือโควิด-19 ปัจจุบันติดต่อง่ายมาก แม้จะระวังอย่างดีก็ตาม โดยการอยู่บ้านกันหลายคน และมีคนเข้าออกตลอด ทำให้คนที่อยู่บ้านอาจติดเชื้อได้ ซึ่งการระบาดระลอกปัจจุบัน ประมาณ 80% ของผู้เสียชีวิต คือ ผู้สูงอายุ ซึ่งในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ 60% ไม่ได้ฉีดวัคซีน และ 29% ไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่มีความสงสัย และความกังวลว่า ญาติอายุมากแล้ว ฉีดวัคซีนจะอันตราย ซึ่งความจริง คือ วัคซีนโควิด-19 ผ่านการวิจัยมีความปลอดภัยสูง และจากการฉีดในประเทศไทยมากกว่า 120 ล้านโดส จึงยืนยันได้ว่าปลอดภัย และโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงมีน้อยมาก และมีระบบดูแลเป็นอย่างดี
"ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อยังมาจากการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ส่วนปัจจัยของการเสียชีวิตส่วนใหญ่ คือผู้สูงอายุ ถ้าบวกกับมีโรคประจำตัว ก็จะมีความเสี่ยงต่อการป่วยหนัก และเสียชีวิตมากขึ้น ดีที่สุดคือต้องรับวัคซีน
ทั้งนี้ จากการสอบถามหลายท่านที่ไม่รับวัคซีน คือ เห็นว่าตนเองสูงอายุ และไม่ได้ไปไหน ซึ่งไม่จริง เพราะโรคโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วแล้ว การฉีดวัคซีนก็เหมือนเรือ พาหนีน้ำท่วมไปอยู่ที่ปลอดภัย ถ้าไม่ฉีดวัคซีน ก็เหมือนรอน้ำท่วม เสี่ยงจมน้ำเสียชีวิตได้" นพ.เฉวตสรร กล่าว
นพ.เฉวตสรร กล่าวถึงโควิดสายพันธุ์เดลตาครอนว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มีระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่มีการติดตาม และสุ่มตัวอย่างอยู่เสมอ ซึ่งเดลตาครอนยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะมีความรุนแรงมากกว่าเดิม ถ้าไม่มีความรุนแรงไปกว่าโอมิครอน ส่วนใหญ่น่าจะไม่มีอาการ โดยมองว่ายังไม่น่ากังวล ซึ่งดีที่สุดคือต้องป้องกันด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ คือการฉีดวัคซีน







