
กมธ.ตปท.แจงต้องแยกเรื่องคดีกับเรื่องเขตแดน
กมธ. ต่างประเทศ เตือนคนไทยอย่าเข้าไปจุดเสี่ยงชายแดน แจงแยกเรื่องคดีกับเขตแดน
กมธ. ต่างประเทศ เตือนคนไทยอย่าเข้าไปจุดเสี่ยงชายแดน แจงแยกเรื่องคดีกับเขตแดน
นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การต่างประเทศ แถลงผลประชุมว่า กมธ.มีมติเห็นควรที่จะแจ้งประชาชน ไม่ควรเดินทางไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง หลัง 7 คนไทนได้เดินทางไปในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการถูกจับกุมจนถูกจับกุม
นอกจากนี้ กมธ.ยังพิจารณาการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐวที่ดูแลจุดผ่านที่ 48 ดูแลอย่างไร จึงปล่อยให้มีคนเดินทางไปยังจุดเสี่ยง ทั้งที่ในอดีตมี 5 คนไทย ซึ่งเป็นบุคคลซ้ำๆกัน เดินทางไปแล้วถูกจับแต่ได้รับการปล่อยตัว กลับยังทำผิดซ้ำซากอีก
นายต่อพงษ์ กล่าวว่า กรณี นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่นั้นยืนยันว่า ไม่ได้ไปในนามกมธ. และนายเจริญ คันธวงศ์ สส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกมธ.ร่วมพิจารณากรอบเจบีซี ยืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้นายพนิชเดินทางไปแต่อย่างใด นายต่อพงษ์กล่าว่า การเป็นส.ส.ถ้าเป็นทุกข์ของประชาชน นอกพื้นที่ตัวเองก็ไปดูแลได้ แต่การทำหน้าที่ต้องตรงไปตรงมา อย่างน้อยก็แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบเล็กน้อย อีกทั้ง เรื่องพิกัดหรือความขัดแย้งชายแดน ใจร้อนไม่ได้ แต่น่าสงสัยว่าที่บอกจะลงพื้นที่จ.ปราจีนบุรีแต่ทำไม ไปออกจ.สระแก้ว และข้ามไปกัมพูชาได้
นายต่อพงษ์กล่าวว่า ที่ประชุมได้เปิดคลิปปรากฎตามสื่อนั้นพบว่ามีการตัดต่อเพื่อให้กระชับและสั้นลง แต่ยังไม่พบว่ามีการตัดต่อเพื่อบิดเบือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยืนว่าถนนในคลิปเป็น จุดระหว่างหลักเขตหนึ่งไปอีกหลักเขตหนึ่ง ถือว่าเกินพิกัดเขตแดนไปแล้ว 50 เมตร
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกกมธ. กล่าวว่า ไม่อยากให้คนไทยตกใจมองไปเป็นความแตกแยกระหว่างไทย-กัมพูชา อย่างไรก็ตาม ความไม่ชัดเจนในเขตแดน ซึ่งกมธ.เห็นควรให้เป็นหน้าที่ของกมธ.เจบีซี ที่ควรเร่งดำเนินการให้มีความชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ การที่รัฐบาลยอมรับว่า 7 คนไทยรุกล้ำ ไม่ได้หมายความว่ายอบรับการปักปันพื้นที่ดังกล่าว ต้องแยกกันระหว่างเรื่อง 7 คนไทย กับ เรื่องเขตแดน







