
คนเบื่อเป็นหนี้เมินกู้ซ่อมบ้านหลังภัยน้ำท่วม
ผู้ประกันตนเมินโครงการเงินกู้ซ่อมแซมบ้านของ สปส. ชี้ยุ่งยากและไม่อยากเป็นหนี้เพิ่ม
ผู้ประกันตนเมินโครงการเงินกู้ซ่อมแซมบ้านของ สปส. ชี้ยุ่งยากและไม่อยากเป็นหนี้เพิ่ม
นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า โครงการปล่อยกู้ให้ผู้ประกันตนซ่อมแซมบ้านน้ำท่วมคิดอัตราดอกเบี้ย 2.5% คงที่ โดยให้ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ยังมีผู้มาใช้ค่อนข้างน้อย จึงให้เจ้าหน้าที่รวบรวมถึงสาเหตุเบื้องต้นพบว่าผู้ประกันตนไม่อยากเป็นหนี้ หรือมีความยุ่งยากการของสินเชื่อ รวมทั้งวงเงินกู้น้อยไป หรือไม่มีความจำเป็นที่จะต้องการกู้
ทั้งนี้ สปส.ได้จัดสรรงบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ฝากใน 4 ธนาคาร คือ ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน เพื่อให้ธนาคารนำไปปล่อยกู้ต่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย 2 แสนราย
นายปั้นกล่าวว่า หากไม่มีผู้ประกันตนที่ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยมากุ้เงินจำนวนที่สปส.จัดไว้ คงไม่โยกเงินไปดำเนินโครงการบ้านสปส. หรือให้ผู้ประกันตนกู้ซื้อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5 % คงที่ 5 ปี เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ได้เปลี่ยนไปจากช่วงก่อนที่เคยดำเนินโครงการ เนื่องจาก ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ภาครัฐต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งการต้องการแบ่งเบาภาระผู้ประกันตนในการซื้อที่อยู่อาศัย แต่ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้นไม่จำเป็นต้นมีกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันการดำเนินโครงการดังกล่าวสปส.จะต้องนำเงินไปฝากธนาคารพาณิชย์ได้รับผลตอบแทนเพียง 1 % แต่หากนำเงินไปลงทุนอื่นๆอาจจะไรรับผลตอบแทนที่สูงประมาณ 35 % ซึ่งจะเป็นเงินสะสมให้กับผู้ประกันตนไว้ใช้จ่ายในยามชราภาพ
โดยเมื่อปี 2553 ประกันสังคมได้จัดโครงการบ้าน สปส.วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ให้กู้ผู้ประกันตนกู้ซื้อบ้านรายละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.5% คงที่ 5 ปี ซึ่งได้ปิดโครงการไปแล้ว โดยมีผู้ประกันตนมายื่นใช้สิทธิใช้สิทธิไปแล้ว 8,821 ราย คิดเป็นวงเงิน 9,938.82 ล้านบาท
ล่าสุดมีแผนที่จะขยายโครงการนี้อีก โดยกำหนดปล่อยเงินกู้ 1 หมื่นล้านบาท ให้ผู้ประกันตนซื้อบ้านไม่เกิน 4 แสนบาท แต่เมื่อเกิดปัญหาอุทกภัยทำให้ต้องโยกเงิน 1 หมื่นล้านบาท มาทำโครงการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม







