
จีนสวมบทซานต้ากับเป้าหมายไกลในยุโรป
เป็นที่ทราบกันในวงกว้างว่า จีนได้ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนพันธบัตรและเงินยูโร แม้ว่าภูมิภาคนี้จะเผชิญกับวิกฤตขั้นสาหัส
เป็นที่ทราบกันในวงกว้างว่า จีนได้ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนพันธบัตรและเงินยูโร แม้ว่าภูมิภาคนี้จะเผชิญกับวิกฤตขั้นสาหัส
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เป็นที่ทราบกันในวงกว้างว่า จีนได้ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนพันธบัตรและเงินยูโร แม้ว่าภูมิภาคนี้จะเผชิญกับวิกฤตขั้นสาหัส และท่าทีนี้ของจีนส่งผลดีไม่น้อยต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อยุโรป ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ที่จีนกระโจนเข้ามาป้องยุโรป ปรากฏว่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาได้อีกครั้ง หลังจากสุ่มเสี่ยงกับการอ่อนค่าจนสิ้นความน่าเชื่อถืออยู่รอมร่อ
แต่ในระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับจีน นั่นคือ จีนยิ่งพยายามย้ำวาจา และลงมือกระทำให้นานาประเทศได้รับรู้ว่าจีนกำลังช่วยกอบกู้วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรป และสนับสนุนเงินยูโรอย่างออกนอกหน้า
นับตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว จีนเริ่มเปิดฉากกระบวนการ “ให้ความช่วยเหลือ” ทางอ้อมแก่ยุโรป ด้วยการออกมาย้ำว่าจีนนิยมเงินยูโรมากกว่าเงินเหรียญสหรัฐ โดยคำกล่าวนี้มาจากปากคำของ หยูหยงติง อดีตที่ปรึกษาธนาคารกลางจีน (PBOC) พร้อมเปิดเผยว่า จีนได้กว้านซื้อพันธบัตรยุโรปล็อตใหญ่ เนื่องจาก “การกระจายความหลากหลายด้านการลงทุนถือเป็นหลักการพื้นฐาน” ของนโยบายการเงินการคลังของจีน
เมื่อเดือน ก.ย. จีนยังลงมืออย่างเป็นรูปธรรมด้วยการระดมซื้อพันธบัตรยุโรปต่อไปในช่วงเวลาที่มรสุมในยุโรปยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น การกระทำของจีนอยู่ในสายของ จอร์จ โซรอส นักลงทุนระดับโลก เจ้าของฉายา “พ่อมดการเงิน” ซึ่ง โซรอส ชี้ว่าจีนมีบทบาทในฐานะผู้กอบกู้สถานการณ์ในยุโรป
ย้ำว่าการซื้อพันธบัตรของจีน แม้จะมีการเปิดเผยท่าทีนี้บ้างแล้ว แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจีนซื้อไปในปริมาณและมูลค่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งยังผลให้ โซรอส และนักลงทุนชั้นแนวหน้าของโลกต้องคอยจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดดังกล่าว
ถึงเดือน ต.ค. นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีน ยกขบวนเจ้าหน้าที่รัฐและนักธุรกิจนับร้อยชีวิตเดินสายเยือนนานาประเทศในยุโรป โดยประเดิมที่กรีซ ประเทศซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตหนี้สาธารณะ โดย เวิน ย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าในการเยือนยุโรปว่า จีนสนับสนุนเงินยูโรอย่างแข็งขัน พร้อมทั้งยังซื้อพันธบัตรของสเปน ซึ่งถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ในช่วงเวลาที่วิกฤตเริ่มลามเข้าถึงประเทศนั้น
เมื่อเข้าเดือน ธ.ค. หวางฉีซาน รองนายกรัฐมนตรีจีน ย้ำอีกครั้งว่า จีนได้ใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง เพื่อช่วยเหลือประเทศในยุโรปบางประเทศ ซึ่ง หวาง มิได้เปิดเผยว่าเป็นประเทศใดบ้าง แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น หนังสือพิมพ์ของโปรตุเกสฉบับหนึ่งรายงานว่า จีนอยู่ระหว่างการพิจารณาซื้อพันธบัตรของโปรตุเกส เพื่อช่วยสลายวิกฤตหนี้ที่เริ่มรุกเข้าโปรตุเกสเป็นรายต่อมา
จีนมิได้สวมบทบาท “ซานตาคลอส” แจกน้ำใจให้กับยุโรปด้วยการกว้านซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหาหนี้สิน แต่การสนับสนุนยุโรปทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางการเงินการคลังของจีนที่ถูกกำหนดทิศทางมาแล้วช่วงเวลาหนึ่ง
ยุทธศาสตร์นั้นคือการกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินเหรียญสหรัฐมากเกินไป ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของสหรัฐย่ำแย่จนฉุดค่าเงินให้อ่อนยวบ
แต่อีกมูลเหตุที่จีนต้อง “โอ๋” ยุโรป ก็เพราะหวังให้ยุโรปเป็นคู่ค้าที่ไม่คอยดัดหลังตนดังเช่นที่สหรัฐมักตอบโต้จีนอยู่เป็นประจำ
สัญญาณที่ชัดเจน คือ คำกล่าวของนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ที่เอ่ยขึ้นระหว่างการเยือนโปรตุเกสเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ว่า จีนพร้อมที่จะใช้มาตรการที่จริงจังในการช่วยเหลือโปรตุเกส แต่จีนยังหวังที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระดับทวิภาคีอีกถึง 2 เท่า ภายในปี 2558
เวินเจียเป่า กล่าวในทำนองนี้เช่นกันระหว่างการเดินทางเยือนอิตาลี ด้วยเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ เพิ่มมูลค่าการค้าอีก 2 เท่า ภายในปี 2558
ที่ไอร์แลนด์ กลุ่มนักธุรกิจจีนที่เดินสายไปพร้อมกับนายกฯ กำลังวางแผนสร้างศูนย์จัดแสดงสินค้าและการประชุมในเมืองแอธโลน เพื่อปูทางให้กับการเจาะตลาดประเทศที่อยู่ฟากตะวันตกสุดของยุโรป
อีกหนึ่งสัญญาณปรากฏขึ้นที่กรีซ ในการเยือนครั้งนั้น เวินเจียเป่า ถึงกับให้คำมั่นสัญญากับอุตสาหกรรมเดินเรือ อันเป็นอุตสาหกรรมหลักของกรีซ ว่า จีนจะไม่ยอมปล่อยให้อุตสาห กรรมนี้ต้องล้มละลายลงเพราะวิกฤต และจีนจะส่งเสริมการลงทุนด้านนี้อย่างเต็มที่
นายกฯ จีนแสดงเจตนารมณ์ว่า จีนจะเพิ่มการขนส่งทางเรือจากในขณะนี้อยู่ที่ 8 แสนตู้คอนเทนเนอร์ มาอยู่ที่ 3.7 ล้านตู้ ภายในปี 2558
เป้าหมายนี้ช่วยต่ออายุอุตสาหกรรมเดินเรือของกรีซ จนเรียกความนิยมจากชาวกรีซอย่างล้นหลาม
แต่แท้จริงแล้วจีนมีเป้าหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น เพราะจีนหวังจะให้กรีซเป็นข้อต่อหลัก หรือเป็นประตูในการเชื่อมโยงและเปิดทางให้กับจีนในการทะลวงตลาดยุโรปตะวันออก
ผลประโยชน์มหาศาลที่พ่วงมาพร้อมกับความช่วยเหลือเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ไม่ยาก แต่การที่จีนวางเป้าหมายไว้ถึงเพียงนี้ เท่ากับเป็นการกำหนดท่าทีของตัวเองแล้วว่า ในเวลาอีกไม่นานจีนจะเป็น “เสือนอนกิน” ในภูมิภาคนี้ และความมั่งคั่งที่ได้จากการเจาะตลาดยุโรป จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับจีน
การกระโจนเข้าช่วยยุโรปที่กำลังป่วยหนัก ไม่เพียงไม่ทำให้จีนต้องติดเชื้อร้ายทางการเงินการคลังเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมอิทธิพลของจีนทั้งในด้านการเงินและด้านการค้า นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและลึกซึ้งในทางเศรษฐกิจยังอาจแปรให้ยุโรปกลายเป็นพันธมิตรทางการเมืองของจีนได้ไม่ยาก
นับเป็นความช่วยเหลือที่คุ้มแสนคุ้ม







