
เปิดฉากถกรื้อเขตเลือกตั้งยังไม่คืบ
กมธ.แก้รธน. เปิดฉากถกรื้อสูตรระบบเลือกตั้งยังไม่คืบ “สมบัติ” แจงข้อดี สูตร 375-125 กมธ.สงสัยเหตุปรับลดสส.สัดส่วนก้าวกระโดด
กมธ.แก้รธน. เปิดฉากถกรื้อสูตรระบบเลือกตั้งยังไม่คืบ “สมบัติ” แจงข้อดี สูตร 375-125 กมธ.สงสัยเหตุปรับลดสส.สัดส่วนก้าวกระโดด
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ซึ่งมี นายเทอดพงษ์ ไชยนันท์ สส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93-98 เกี่ยวกับการระบบเลือกตั้งจากเขตใหญ่มาเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว และปรับสัดส่วนจากสส.เขต 400 คน สส.สัดส่วน 80 คน มาเป็นสส.เขต 375 คนและสส.สัดบัญชีรายชื่อ 125 คน
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ชี้แจงต่อกมธ. ว่า การปรับสัดส่วนสส.เขตมาเป็น375 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 125 คน เนื่องจากเป็นไปตามทิศทางการเมืองทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับระบบสส.บัญชีรายชื่อที่สนับสนุนไปทางพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล เพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น ที่มีสส.เขต 300 คน และสสบัญชีรายชื่อ 180 คน
อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนจากบัญชีรายชื่อ จากเดิมที่ใช้100 คน ในรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็น 80 คน ในรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ซึ่งเดิมสัดส่วนสส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จาก สส.ทั้งหมด 500 หรือคิดเป็นสัดส่วน1 ใน 5 จึงปรับมาเป็น 1 ใน 4 เท่ากับ 125 คน นอกจากนี้ยังเห็นควรไม่ให้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อเปิดให้พรรคเล็กได้มีโอกาสเติบโต
นายสมบัติ กล่าวว่า เรื่องการเลือกตั้งระบบเขตเดียวเบอร์เดียว หรือ วันแมนวันโหวตเป็นการยึดหลักสากล ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ควรได้เลือกผู้แทนเท่ากัน ส่วนที่เป็นปัญหาว่า เขตเดียวเบอร์เดียวจะทำให้เกิดการซื้อเสียงมากขึ้นนั้น ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ควบคุมดูแลการเลือกตั้งเข้าไปจัดการ และระบบนี้ทำให้ผู้สมัครมีเงินน้อยได้มีโอกาสเล่นการเมืองได้มากขึ้น หรือหากเป็นห่วงว่าจะทำให้นายทุนเข้ามาเป็นสส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณา
"การพิจารณาสัดส่วนสส.ตรงนี้ดูแนวโน้มเลือกตั้งสส.สองประเภท คณะกรรมการฯ มองกระบวนการพันฒนาประชาธิปไตย ไม่ได้มองที่รูปแบบมอง แต่ว่าคิดโครงสร้างวันข้างหน้า
การซื้อเสียงขายเสียงอยู่มานาน คิดว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง เราดูปัจจุบันกับอนาคต ซึ่งเห็นว่าการเพิ่มสส.บัญชีรายชื่อจะเป็นผลดีอนาคต" นายสมบัติกล่าว
นายปัญญา ศรีปัญญา สส.ขอนแก่น ภูมิใจไทย กล่าวว่า สำหรับการเพ่ิมสัดส่วนสส.บัญชีรายช่ื่อเพิ่มขึ้น นั้น ที่ผ่านมาในบางพื้นที่เคยมีนายทุนไปลงสมัคร สส. บางคนก็ได้ บางคนก็ไม่ได้ แต่เมื่อมีระบบมีระบบบัญชีรายชื่อ จึงได้เปิดทางให้นายทุนลงสมัครรับเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ เพื่อที่จะได้เป็นรัฐมนตรี ดังนั้นจึงเสนอว่าควรกลับไปใช้ระบบ สส.เขต จำนวน400 คน ส่วน สส.ระบบบัญชีรายช่ือ ค่อยมาพิจารณากันอีกที
นายอนุรักษ์นิยมเวช สว. สรรหา กล่าวว่า การเพิ่มสัดส่วนสส.บัญชีรายชื่อจาก 80 คน มาเป็น 125 ถือเป็นจำนวนมากอย่างก้าวกระโด ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่ามีเหตุผลอะไร และประชาชนได้ประโยชน์ตรงนี้จริงไม่จริง
บรรยากาศในที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้สอบถามถึงข้อมูลจำนวนราษฎรที่นำมาคำนวณ ในการจัดทำเขตเลือกตั้ง นายบุญยอด สุขถ่ินไทย สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์กล่าวซักถามว่า อยากทราบจำนวนราษฎร ในทะเบียนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เพราะจะเป็นส่วนสำคัญในการคำนวณเขตเลือกตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า จำนวนราษฎรเดือนก.ย. 2553 เทียบกับปี 2552 เพียงแค่ 0.4 % หรืออ 2.5 แสนคน แตกต่างกันไม่มาก
ขณะที่ ตัวแทนกรรมการปกครองได้ชี้แจงกับที่ประชุมว่า ขณะนี้พบว่ามีจำนวนประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรแต่ไม่ได้มีสัญชาติไทยถึง 3.8 แสนคน จึงควรมีการประกาศให้ชัดเจนว่าคำนวณสัดส่วน สส. ควรกำหนดตามบัญชีคนที่มีสัญชาติไทยไม่รวมคนที่ไม่มีสัญชาติ นายวิทยา แก้วภราดัย สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้กรมการปกครองให้ข้อมูลแจกแจงผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละจังหวัด แยกเป็นผู้มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติไทยเพื่อเสนอต่อกรรมาธิการ
สุดท้ายที่ประชุมเห็นควรให้พักการประชุมในตอนเที่ยงก่อนมาประชุมต่อในช่วงบ่ายต่อไป







