posttoday
ชะตากรรมยุโรปในกำมือสเปน

ชะตากรรมยุโรปในกำมือสเปน

03 มกราคม 2554

ผู้คนมักเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยความหวังใหม่ แต่ในความเป็นจริง และในระหว่างการเฉลิมฉลอง ภัยร้ายที่ตกค้างมาจากปีที่แล้วยังไม่สูญหายไปไหน ซ้ำร้ายยังเกิดการก่อตัวขึ้นของภัยคุกคามใหม่ที่โลกจะต้องจับตายิ่งกว่าเดิม

ผู้คนมักเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยความหวังใหม่ แต่ในความเป็นจริง และในระหว่างการเฉลิมฉลอง ภัยร้ายที่ตกค้างมาจากปีที่แล้วยังไม่สูญหายไปไหน ซ้ำร้ายยังเกิดการก่อตัวขึ้นของภัยคุกคามใหม่ที่โลกจะต้องจับตายิ่งกว่าเดิม

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

ชะตากรรมยุโรปในกำมือสเปน

ไม่มีภัยคุกคามทางเศรษฐกิจใดที่จะยืดยาวข้ามปี และแฝงด้วยอันตรายต่อเศรษฐกิจโลกได้เท่ากับภาวะว่างงานรุนแรงในสหรัฐ และวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป
อาจเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ยังหาทางออกไม่ได้แต่อย่างน้อยในปีนี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ได้ให้คำมั่นสัญญาด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมแล้วว่า จะยอมละทิฐิ หันมาร่วมมือกับพรรครีพับลิกันเพื่อแก้ปัญหาว่างงานให้สิ้นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของมหาเศรษฐกิจโลกเสียที
        
คำสัญญานี้นับเป็นนิมิตหมายที่ดียิ่งแม้จะเป็นเพียงโวหารที่ยังปราศจากการลงมือปลุกปั้นให้เป็นรูปธรรมก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้น นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำยังเชื่อมั่นว่า ตัวเลขว่างงานของสหรัฐในปีนี้จะดีขึ้น ซึ่งหมายความว่าเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพมากขึ้นเช่นกัน
         
ตรงกันข้ามกับยุโรป ที่ไม่เพียงไม่ปรากฏคำมั่นสัญญาให้ชื่นใจ แต่ยังเงื่อนไขอันตรายที่ไม่อาจมองข้ามได้ในเสถียรภาพของเงินยูโร  แม้กระทั่ง ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซีแห่งฝรั่งเศสในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 ของยุโรป ยังเตือนว่า หากปล่อยให้เงินยูโรล่มสลายลง ย่อมหมายถึงกาลล่มสลายของยุโรปด้วย
         
ขณะที่นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนียืนยันในฐานะพี่เบิ้มแห่งยุโรปว่า เงินยูโรมีความสำคัญมหาศาลต่อเยอรมนี และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างเสถียรภาพให้กับเงินสกุลร่วมกันของทั้ง 16 ประเทศในกลุ่มEurozone
         
คำถามก็คือ จะทำเช่นไรให้เงินยูโรมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาที่ประเทศแล้วประเทศเล่ายังคงประสบกับหายนะทางการเงินการคลัง โดยที่การผ่านมาตรการต่างๆ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมากนัก

บัดนี้เงื่อนไขที่แท้จริงของวิกฤตในยุโรปมิได้ขึ้นอยู่กับกรีซและไอร์แลนด์อีกต่อไป เนื่องจากทั้งสองประเทศนี้ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการพยุงสถานะทางการเงินโดยสหภาพยุโรป (EU) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) อย่างเต็มที่ แม้จะปรากฏแรงต้านจากภาคประชาชน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังไม่เข้าที่ แต่สภาพการณ์ของทั้งสองประเทศยังไม่ปรากฏแนวโน้มที่จะทรุดลงในเวลาอันใกล้
         
ส่วนสถานการณ์ของโปรตุเกส อันเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอาการเสี่ยง ขณะนี้นับว่านอนใจได้ในระดับหนึ่งว่า จะสามารถควบคุมได้เช่นเดียวกับ 2 ประเทศข้างต้น เนื่องจากวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นกับโปรตุเกส จะต้องใช้เวลาบ่มเพาะระยะหนึ่ง ซึ่งกว่าจะแสดงอาการ อาจทันท่วงทีกับที่ EU จัดตั้งกลไกช่วยเหลือประเทศที่ประสบวิกฤตหนี้ในเดือน พ.ค.นี้
         
ปัญหาอยู่ที่ประเทศที่ตกอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน ที่มีอาการเข้าขั้นสาหัส แต่ยังไม่รับความช่วยเหลือเฉพาะหน้า อีกทั้งอาการอาจทรุดลงก่อนที่จะมีการจัดตั้งกลไกช่วยเหลือในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้
         
ประเทศที่ว่านั้นคือ สเปนเป็นที่ทราบกันดีว่า สเปนประสบกับภาวะหนี้สาธารณะสูงกว่า 57.7% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จากการคำนวณล่าสุดเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ส่วนตัวเลขว่างงานสูงถึง 20% นับเป็นภาวะอาการแทรกซ้อนระหว่างโรคภัยทางเศรษฐกิจด้วยกันที่ร้ายแรงยิ่งเพราะสเปนเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ประสบกับวิกฤตหนี้ และยังประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจในเวลาเดียว อีกหนึ่งประเทศที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ ไอร์แลนด์
         
ไม่เพียงเท่านั้น ภาคการเงินของสเปนยังประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรง เนื่องจากฟองสบู่ที่ก่อเค้าขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีการปล่อยกู้สูง รวมถึงการที่ธนาคารพาณิชย์ถือครองพันธบัตรรัฐบาลในปริมาณที่สูง โดยที่พันธบัตรเหล่านั้นไม่เพียงก่อประโยชน์ในทางการเงิน แต่เริ่มที่จะก่อโทษมหันต์

 กล่าวโดยสรุปคือ สเปนกำลังเผชิญกับวิกฤตถึง 3 ระดับ คือ วิกฤตหนี้สาธารณะ วิกฤตเศรษฐกิจมหภาค และวิกฤตในภาคการเงินการธนาคาร ที่สำคัญ "วิกฤตไตรภาค" ทำให้สเปนตกอยู่ในภาวะลักลั่น เนื่องจากทั้งสามส่วนมีความเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก
         
การที่สเปนตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะยิ่งทำให้ยุโรปทั้งยุโรปตกอยู่ในสภาพเดียวกันตามไปด้วย เนื่องจาก EU ไม่สามารถงัดมาตรการช่วยเหลือเฉพาะมาใช้ได้อีกต่อไปท่ามกลางแรงต้านรุนแรงจากภาคประชาชนที่ไม่พอใจกับการที่ EU และ IMF ตั้งเงื่อนไขให้ประเทศที่รับความช่วยเหลือต้องรัดเข็มขัดการใช้จ่ายภาครัฐ อันนำมาซึ่งการหั่นงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมครั้งมโหฬาร
         
นอกจากนี้ สเปนยังอาจไม่ทันการณ์กับการปรับใช้กลไกช่วยเหลือประเทศที่ประสบวิกฤตซึ่งแม้จะทันการณ์พอดี แต่เมื่อถึงครานั้น เงื่อนไขภายในของสเปนอาจเลวร้ายเสียจนกลไกไม่อาจรองรับสภาพของสเปนได้ อีกทั้งกลไกนี้ยังไม่ครอบคลุมการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจที่สเปนประสบควบคู่กันอีกด้วย
         
สเปนจึงนับเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่สำคัญยิ่งยวดสำหรับยุโรปในปีนี้ และในบางกรณีอาจถึงขั้นที่ชะตากรรมของยุโรปทั้งภูมิภาคขึ้นอยู่กับทิศทางที่สเปนกำลังเดินไปสู่ทิศทางนั้นช่างไม่น่าอภิรมย์เสียเลย เพราะหากวัดจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อพันธบัตรสเปน จะพบกับทิศทางที่ย่ำแย่ลงทุกที และในปีนี้อาจถึงขั้นเลวร้ายอย่างที่ปีที่แล้วเทียบไม่ติด
         
สิ่งที่สเปนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ คือ ผลตอบแทนพันธบัตรที่รัฐบาลสเปนจะต้องคืนให้กับนักลงทุนนั้นยิ่งสูงขึ้น และหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป (ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากหากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ไม่ดีขึ้น) สเปนอาจถึงขั้นยุติการระดมทุนจากการปล่อยตราสารหนี้ให้กับตลาดทุน
         
นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ที่เกินความจริง เพราะหากอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรอายุ 10 ปี เกิน6 หรือ 6.5% สเปนจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่แล้ว หากสเปนยุติการระดมทุนผ่านตลาด  จะหาทุนจากไหนมาทดแทนงบประมาณที่จำเป็น ยังไม่ต้องเอ่ยถึงงบประมาณสำหรับจ่ายคืนหนี้ให้กับตลาด ที่คาดว่าอาจสูงถึง 2.9 แสนล้านยูโร
         
ทางตันที่รออยู่ตรงหน้า คือโจทย์ที่ทั้งสเปนและ EU จะต้องระดมสมอง หาหนทางรับมือโดยเร็ว เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศที่เป็นเงื่อนไขพิเศษในภาวะวิกฤต เพราะหาไม่แล้วยุโรปอาจต้องแสวงหาหนทางอื่นในการแก้ไขปัญหาของสเปนโดยเฉพาะ
         
หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ย่อมจะเป็นที่แน่นอนว่า จะไม่เพียงสร้างความปั่นป่วนและแค้นเคืองให้กับภาคประชาชนเท่านั้น แต่ยังจะก่อให้เกิดรอยร้าวลึกระหว่างประเทศที่สนับสนุนแนวทางช่วยเหลือภายหลังวิกฤตแบบวัวหายล้อมคอก กับประเทศที่สนับสนุนวินัยทางการเงินและบทลงโทษรุนแรงเพื่อป้องกันวิกฤต หรือมาตรการแบบล้อมคอกก่อนวัวหาย
         
ที่สำคัญคือ เสาหลักเฉพาะหน้าที่อิงไว้ด้วยแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน จะยิ่งสั่นคลอนลง และนำมาซึ่งการแพร่ระบาดของวิกฤตศรัทธาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคราวที่กรีซได้เปิดเผยต่อชาวโลกว่า รากฐานทางการเงินการคลังของยุโรปนั้นเปราะบางยิ่งนัก จำเป็นต้องวินิจฉัยสภาพการณ์ของแต่ละประเทศโดยด่วนว่า ตกอยู่ในที่นั่งอันลักลั่น เช่นเดียวกับสเปนหรือไม่
         
วิกฤตยุโรปจึงไม่อาจป้องกันได้ด้วยเพียงการเตือนด้วยคำพูดของผู้นำบางประเทศ และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยคำยืนยันหนักแน่นจากผู้นำบางประเทศเช่นเดียวกัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท