
หลายจังหวัดพบติดเชื้อพุ่ง 2 เท่า กทม.คลัสเตอร์2เขตน่าห่วง
ผู้ช่วยโฆษกศบค.เผย 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ขณะที่ในกทม.มี2คลัสเตอร์น่าห่วง ในเขตราชเทวี และป้อมปราบศัตรูพ่าย พบติดเชื้อเกิน 100 ราย ยันเตียงรักษาเพียงพอ
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 65 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมามีจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2 เท่า ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี นนทบุรี ภูเก็ต นครราชสีมา ราชบุรี สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช นครปฐม และยังมีอีกหลายจังหวัดที่มีทิศทางผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ทั้งขอนแก่น เชียงใหม่ ปทุมธานี มหาสารคาม ระยอง ร้อยเอ็ด ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี สระบุรี และเพชรบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดที่กระทรวงสาธารณสุขมีการรายงานว่า จำเป็นต้องเฝ้าระวังการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า คลัสเตอร์ที่สำคัญ ยังอยู่ที่ร้านอาหารที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อำนาจเจริญ สุพรรณบุรี ร้อยเอ็ด, ในตลาด พบที่ นครราชสีมา อุบลราชธานี น่าน ซึ่งบางตลาดเคยติด และปิดไปแล้ว มีการติดซ้ำอีก, ในโรงงานสถานประกอบการ พบที่ขอนแก่น ปราจีนบุรี นครราชสีมา ชลบุรี ราชบุรี, งานพิธีกรรม งานศพ ที่ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี นครราชสีมา มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน สุโขทัย
สำหรับรายงานผู้ติดเชื้อในกทม. พบว่า มี 2 คลัสเตอร์ที่น่าเป็นห่วงซึ่งมีผู้ติดเชื้อเกิน 100 ราย ได้แก่ ราชเทวี และป้อมปราบศัตรูพ่าย และมีอีก 9 เขตที่มีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 100 รายแต่เกิน 60 ราย ได้แก่ หนองแขม ห้วยขวาง บางพลัด บางแค หลักสี่ ดอนเมือง ดุสิต สะพานสูง จตุจักร และพบคลัสเตอร์ในโรงเรียน 13 โรงเรียน ซึ่งมีทั้งโรงเรียนเด็กเล็ก อนุบาลและมัธยม รวมทั้งโรงเรียนประจำ ซึ่งส่วนใหญ่พบนักเรียนติดเชื้อจากในครอบครัว และมาแพร่เชื้อในโรงเรียน รวมถึงมีจุดสัมผัสร่วมต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ทางกทม.ได้รายงานว่า แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น แต่ศักยภาพในการรองรับผู้ติดเชื้อยังเพียงพออยู่ที่ระดับ 40% ซึ่งมีคนเข้าระบบ Home Isolation 10,940 ราย และอยู่ในระบบแยกกักในชุมชน 27 แห่ง มีคนเข้ารักษาทั้งสิ้น 1,144 ราย แต่สิ่งสำคัญเน้นย้ำให้ประชาชนเร่งฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ลดความเสี่ยงติดเชื้อรุนแรงได้ และเมื่อเราจำเป็นต้องมีการผ่อนคลาย เปิดกิจการ กิจกรรมต่างๆและเปิดประเทศ เน้นย้ำประชาชนต้องปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวอีกว่า ทิศทางผู้ติดเชื้อฝั่งอเมริกาและยุโรปถือว่าลดลง แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทางฝั่งเอเชียกลับมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมาตรการผ่อนคลายนั้น กระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำว่า คงไม่สามารถยึดแนวทางประเทศใดประเทศหนึ่งได้ แต่ต้องยึดตามข้อมูลภายในประเทศเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การเปิดรับนักท่องเที่ยวและมาตรการผ่อนคลายมีความจำเป็น เพราะจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการควบคุมโรคและต้องทำอย่างเหมาะสมและสมดุล







