
นายกฯเผยโควิด-19แนวโน้มดีขึ้นแต่อย่าการ์ดตก วงถกศบค.หนุนเปิดเรียน Onsite
นายกฯเผยผลถก ศบค.โควิด-19 แนวโน้มดีขึ้น ขอย่าการ์ดตก ที่ประชุมหนุนเปิดเรียน Onsite เร่งฉีดวัคซีนบุคลากร เข็ม 3 เผย10 อันดับ เด็กติดเชื้อมากสุด กทม.ซิวแชมป์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ครั้งที่ 3/2565 ว่า วันนี้เป็นเรื่องสำคัญของ ศบค.มีมาตรการต่างๆ รายงานความก้าวหน้าในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของการเปิดประเทศของเรา ไม่ว่าจะมาตรการใดก็ตามทุกอย่างยังมีสถานการณ์แนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้เกิดผลประโยชน์กับการประกอบการต่างๆ มากมาย
สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องระมัดระวังการแพร่ระบาดถึงแม้ว่าจะไม่รุนแรงก็ตาม จะเห็นว่าตัวเลขอาจจะติดเชื้อมากขึ้น แต่ตัวเลขคนที่อาการหนักก็ลดลง สถานพยาบาลก็สามารถเตรียมมาตรการรองรับไว้ได้เพียงพอ เพราะฉะนั้นระหว่างนี้ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนก แต่ถ้าทุกคนไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้แล้วเดิม มันก็จะมีอันตรายคือตัวเลขจะสูงขึ้นๆ อันนี้ก็เป็นไปตามาตรการ ตามหลักการอยู่แล้ว ของทางการแพทย์ต่างๆ เขาประเมินไว้อยู่แล้ว
วันนี้ก็มีเน้นในเรื่องของโรงเรียน การท่องเที่ยว การเปิดประเทศ ซึ่งวันนี้หลายๆประเทศก็นำแนวทางของเราไปเป็นแนวปฏิบัติอยู่เหมือนกัน และจากการที่ตนพบปะพูดคุยกับทูตหลายประเทศเขาบอกว่ารับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหภาพยุโรป (อียู) ที่รับรองเรื่องเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด- 19 ของประเทศไทย หรือ Thailand Digital Health Pass ให้มีความเท่าเทียมกับเอกสารรับรองของสหภาพยุโรป (EU Digital COVID Certificate : EU DCC) เขารับหลักการของเราเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจแทนบุคลากรของเราที่ได้ช่วยกันทำงานตรงนี้ออกมา สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุด ตัวเอง ครอบครัว สังคม นึกถึงคนอื่นเขา
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงผลประชุม ศบค.ตอนหนึ่งว่า การเปิดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยนโยบายของศบค.ต้องการให้เด็กเรียนแบบ Onsite มากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด 35,554 โรงเรียน เป็นแบบ Onsite 18,582 โรงเรียน คิดเป็น 52.26% ซึ่งเราเน้นเรื่องการฉีดวัคซีน โดยบุคลกรการศึกษาฉีดวัคซีนเข็มที่1ไปแล้ว 1,027,269 ราย คิดเป็น 99.99% แต่เข็มที่ 2 ฉีดเพียง 79.45 % ซึ่งการป้องกันยังไม่เพียงพอ ต้องฉีดให้ถึงเข็มที่ 3 ที่ประชุมจึงสนับสนุนให้เร่งฉีดให้ถึงเข็มที่ 3 ขณะที่นักเรียนฉีดเข็มที่ 1ไปแล้ว 95.11% เข็มที่ 2 อยู่ที่ 71.41% เนื่องจากต้องใช้วัคซีนเฉพาะและเพิ่งออกมา
โดย 10 จังหวัด ที่มีเด็กอายุ 0-19 ปี ติดเชื้อสะสมมากที่สุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ถึง 5 ก.พ. คือ กทม. สมุทรปราการ ภูเก็ต นนทบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุลบราชธานี สุพรรณบุรี







