
ศพน้องป้ายเหยื่อรถตู้โทลล์เวย์ถึงบ้านเกิด
ศพน้องป้าย นักศึกษาม.ธรรมศาสตร์ เหยื่อรายที่ 9 เหตุรถเก๋งชนบนโทลล์เวย์กลับถึงบ้านเกิดบุรีรัมย์แล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว
ศพน้องป้าย นักศึกษาม.ธรรมศาสตร์ เหยื่อรายที่ 9 เหตุรถเก๋งชนบนโทลล์เวย์กลับถึงบ้านเกิดบุรีรัมย์แล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว
ศพของ น.ส.จันจิรา ซิมกระโทก หรือ น้องป้าย อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ ปี 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหยื่อเหตุรถเก๋งซีวิคชนรถตู้บนโทลล์เวย์ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตเป็นศพที่ 9 เมื่อเช้ามืดวันที่ 30 ธ.ค. ได้กลับถึงบ้านเกิดที่บ้านสวน ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์แล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติพี่น้อง โดยญาติตั้งศพไว้ที่วัดบ้านสวน และจะมีพิธีสวดอภิธรรมศพอีก 1 คืน ในค่ำวันนี้ ก่อนจะประกอบพิธีฌาปณกิจศพ ที่เมรุวัดบ้านสวน ในเวลา 15.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2554
สำหรับ น.ส.จันจิรา เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของนายสะโอด และนางปิยะวรรณ มีพี่ชาย 2 คน โดยน้องป้ายเป็นเด็กที่เรียนหนังสือดีมาตลอด และกำลังจะสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเดือนมี.ค.นี้ และน้องป้ายตั้งหวังไว้ว่าเมื่อเรียนจบ ม.ธรรมศาสตร์แล้ว ก็จะเดินทางไปศึกษาต่อด้านภาษาที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการประสานงานและเตรียมวางแผนเดินทางไว้แล้วแต่กลับมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเสียก่อน
นายสะโอด ซิมกระโทก บิดาของน้องป้าย กล่าวว่า วันเกิดเหตุบุตรสาวได้โทรศัพท์หาแม่ก่อนขึ้นรถตู้ โดยบอกว่าจะเดินทางไปหาพี่ชายที่หอพักแถวรัชดา และจะเดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ในเทศกาลปีใหม่ที่บ้านพร้อมกัน หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อบุตรสาวได้อีก
จนมาทราบอีกทีว่ารถที่บุตรสาวนั่งประสบอุบัติเหตุ จึงได้เดินทางไปติดต่อที่โรงพยาบาล และก็ภาวนาตลอดว่าอย่าให้บุตรเป็นอะไร แต่เมื่อไปเห็นบุตรสาวที่โรงพยาบาลถึงกับน้ำตาไหล เพราะบุตรสาวมีอาการบาดเจ็บสาหัสมาก ไม่รู้สึกตัวเลย แต่ที่เสียใจ คือ ระหว่างที่บุตรสาวพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล กระทั่งวันที่น้องเสียชีวิต และทางคู่กรณีก็ไม่เคยติดต่อ หรือส่งตัวแทนมาเยี่ยมแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงตัวแทนของ ขสมก.ที่มาเยี่ยม และดูแลเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามในด้านคดีทางครอบครัวยังไม่ได้ปรึกษาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างใด ขอให้จัดการงานศพของให้เสร็จเรียบร้อยก่อน และทาง ม.ธรรมศาสตร์ก็บอกว่า จะดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทุกกรณี พร้อมกันนี้ก็อยากฝากถึงตำรวจ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงไปมา อย่าเลือกปฏิบัติเพราะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียชีวิตทุกฝ่าย
อีกทั้งจะได้เป็นตัวอย่างกับผู้ขับขี่รถด้วยความประมาท เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก และสิ่งที่กังวลคือเกรงว่าหากกระแสข่าวเงียบไปก็จะไม่มีการดำเนินการใดๆ เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้กฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ด้วย







