posttoday
การเมืองร้อน-หนี้ท่วมหัว-ส่งออกช้ำ ศก.แดนอาทิตย์อุทัยสะดุด

การเมืองร้อน-หนี้ท่วมหัว-ส่งออกช้ำ ศก.แดนอาทิตย์อุทัยสะดุด

31 ธันวาคม 2553

ปี2010 สารพันปัญหาและความเปลี่ยนแปลงพุ่งเข้าชนญี่ปุ่นตลอดทั้งปี

ปี2010 สารพันปัญหาและความเปลี่ยนแปลงพุ่งเข้าชนญี่ปุ่นตลอดทั้งปี

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ปี2010 สารพันปัญหาและความเปลี่ยนแปลงพุ่งเข้าชนญี่ปุ่นตลอดทั้งปี

 

การเมืองร้อน-หนี้ท่วมหัว-ส่งออกช้ำ ศก.แดนอาทิตย์อุทัยสะดุด

ญี่ปุ่นถูกล้มตำแหน่งเจ้าเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เสียแชมป์ให้กับจีน...

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น โตโยต้า ต้องพบกับวิกฤตอันน่าอับอายด้านปัญหาความปลอดภัย ด้วยการสร้างชื่อกระฉ่อนเรียกรถคืนกว่า 10 ล้านคันทั่วโลก...

ผู้นำประเทศคนที่ 4 ในรอบ 3 ปี ก้าวออกจากตำแหน่ง...

ตบท้ายด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลยังคงคลำทางออกไม่เจอ...

ญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาพกระท่อนกระแท่นทางเศรษฐกิจด้วยหลายปัจจัย เด่นชัดสุดคือการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมือง

นับตั้งแต่ จุนอิชิโร โคอิซูมิ นายกรัฐมนตรีคนที่ 56 ซึ่งดำรงตำแหน่งนับตั้งแต่ในช่วงปี 20012006 แล้ว จวบจนปัจจุบันผ่านมา 4 ปี เข้าสู่ยุคของนายกรัฐมนตรีคนที่ 61 ก็ยังคงไม่มีนายกฯ คนใดอยู่ในตำแหน่งได้นานเกินกว่า 1 ปี

เมื่อการเมืองไม่เสถียร ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องยากที่จะเป็นไป

เหตุการณ์เฉพาะของญี่ปุ่นที่ต้องทำให้ลุล่วงในช่วงต้นปี 2011 ให้ได้ เพื่อคลี่คลายสารพันปัญหาอื่นๆ ที่กองรออยู่ ก็คือ การรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan : DPJ) ไว้ให้รอด และการต้องนำร่างงบประมาณปี 2011/2012 มูลค่า 92.41 ล้านล้านเยน (ราว 34.20 ล้านล้านบาท) ที่จะเริ่มต้นใช้ในเดือนเม.ย. 2011 ผ่านสภาไปให้ได้ เพื่อให้เศรษฐกิจคืบ โดยล่าสุดร่างงบประมาณดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว

สิ่งที่กดดันเสถียรภาพของรัฐบาลดีพีเจ ปัญหาภายในพรรค โดยมี อิชิโร โอซาวา เป็นตัวแปรภายในพรรคเอง ซึ่งก่อนหน้าพยายามเลี่ยงขึ้นแถลง และเปิดให้สภาได้ซักฟอกในคดีฉ้อโกง จนกระทั่งนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ต้องรุกและเจรจาด้วยตัวเอง

คล้ายภาพการเมืองในบางประเทศที่มีการแบ่งอำนาจภายในพรรค

โอซาวา เป็นผู้มีอิทธิพลและบารมีในพรรคดีพีเจมายาวนาน รวมทั้งมี สส.กลุ่มใหญ่พอสมควรที่ให้การสนับสนุน ดังนั้นการเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะสร้างแรงกดดัน จำเป็นต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง

เนื่องจากถ้าโอซาวาถอนตัวออกจากพรรค หรือกระทั่งไปไม่รอด ติดบ่วงปัญหาฉ้อฉลที่เกิดขึ้น และดึงเอา สส.บางส่วนออกไปด้วย อาจจะทำให้นายกฯ คัง ไม่มีอำนาจในการครองเสียงข้างมาก จนนำมาสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง

นั่นไม่เพียงตอกย้ำมนตร์ขลังเก้าอี้นายกฯ ญี่ปุ่น ที่ต้องมนตราอยู่ไม่ยืดเกิน 1 ปีเท่านั้น แต่คังจะกลายเป็นผู้นำที่ครองตำแหน่งในระยะเวลาสั้นที่สุดด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ความปั่นป่วนไม่โปร่งใสภายในพรรคอาจจะส่งผลให้พรรคฝ่ายค้านไม่เต็มใจที่จะร่วมสนับสนุนงบประมาณ และกฎหมายต่างๆ ที่ภายใต้แนวทางความคิดของรัฐ

นี่ยังคงไม่รวมถึงปัญหารุงรังที่พรรคฝ่ายค้านยังเรียกร้องให้ โยชิโตะ เซนโกคุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ซูมิโอะ มายูชิ รัฐมนตรีคมนาคม ลาออกจากตำแหน่ง กระทั่งนายกฯ คัง ต้องเปรยว่าจะปรับคณะรัฐมนตรีในเดือน ม.ค.นี้

สำหรับเรื่องแผนงบประมาณประจำปี 2011/2012 นี้ รัฐบาลดีพีเจให้น้ำหนักไปที่การเจาะเอารายได้จากพันธบัตรที่เตรียมจะออกใหม่มากที่สุดถึงราว 44.3 ล้านล้านเยน (ราว 16.40 ล้านล้านบาท) มากกว่ารายรับจากการจัดเก็บภาษี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 40.9 ล้านล้านเยน (ราว 15.13 ล้านล้านบาท) พร้อมกันนี้ ยังมีการจำกัดการใช้จ่ายหลักๆ หลายจุด และตั้งเป้าที่จะลดตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศ

นัยหนึ่งก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของรัฐบาลที่จะคลี่คลายปัญหาภาระหนี้สินของประเทศ ที่พองลมจนแทบจะกินกลืนเอารายได้ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น 2 ปี ไปหมดสิ้น

อันที่จริงต้องปรบมือชื่นชมที่นายกฯ คัง เรียนรู้บทเรียนเรื่องวิกฤตหนี้จากมิตรประเทศ

แม้นายกฯ คังจะฟันฝ่าด่านความวุ่นวายภายในพรรคกระชากเสียงสนับสนุนจนแผนงบประมาณที่ตั้งไว้ผ่านพ้นมาได้

แต่เงื่อนตายปมใหญ่ของญี่ปุ่น ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกก็ยังเป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศต้องกุมขมับ

ตลอดช่วงท้ายปี 2010 ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นทำสถิติแข็งค่าขึ้นติดต่อกันครั้งแล้วครั้งเล่า และเป็นปัจจัยที่ห้ำหั่นสภาพเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้แทบจะง่อยเปลี้ยเสียขา

บรรดาบริษัทส่งออกกำลังหนีเตลิดออกไปพึ่งพาการผลิตนอกประเทศ เพื่อลดรายจ่าย

นั่นอาจจะเป็นข่าวดีสำหรับไทย (บนความทุกข์ของญี่ปุ่น) ถ้าไทยยังคงรักษาความมั่นใจในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติไว้ได้

ทว่าก็ยังมีคำถามถึงเรื่องของความพอดี และสมดุลว่า การจัดสรรงบประมาณของญี่ปุ่นในเวลานี้ ควรที่จะแก้ที่ปัญหาหนี้ท่วมท้น หรือจะเร่งเครื่องทางเศรษฐกิจก่อน?

ในมุมของบริษัทจัดอันดับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ รวมทั้งนักวิเคราะห์กลับมองต่างมุม ไม่ได้ชื่นชมในเจตนาการตั้งเป้าลดตัวเลขหนี้

กูรูเหล่านั้นเชื่อว่า ความพยายามของรัฐบาลเกินความพอดี และส่งผลให้การประเมินภาพรวมทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปี 2011 เป็นไปในด้านลบ

สภาพเศรษฐกิจกำลังหยุดนิ่ง... ญี่ปุ่นอาจจะตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้งในช่วง 3 เดือนแรกของปีเศรษฐกิจ 2011

ทั้งหมดทั้งมวลคือ ภาพรวมทางเศรษฐกิจ ที่พร้อมพรักไปด้วย “หลุมดำทางการเมือง” “ปมทางเศรษฐกิจ” และ “ความหวังที่จะพบแสงสว่าง”

ถ้าปีที่กำลังจะผ่านไป เป็นปีที่ชาวญี่ปุ่นอยากจะลืม เนื่องเพราะความบอบช้ำที่กระหน่ำมาทั้งปี

ปี 2011 อาจจะเป็นปีที่ชาวญี่ปุ่นอาจจะใจเต้นระรัวมากที่สุด เนื่องเพราะความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนที่ยังคงไม่จบสิ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท