posttoday
ขาสั่นตรึงดีเซล

ขาสั่นตรึงดีเซล

31 ธันวาคม 2553

กองทุนน้ำมันฯคาด5,000ล้านตรึงได้สั้นกว่าที่หวัง2เดือนส่อถกลดภาษี

กองทุนน้ำมันฯคาด5,000ล้านตรึงได้สั้นกว่าที่หวัง2เดือนส่อถกลดภาษี

 ข่าวร้าย กองทุนน้ำมันฯ อุ้มดีเซลสั้นกว่าที่คาดใน 2 เดือน แต่ช่วงปีใหม่ พลังงาน บีบ ปตท.บางจาก ให้ตรึงไปก่อน

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า จากการเพิ่มชดเชยราคาน้ำมันเฉลี่ย 3050 สตางค์/ลิตร ซึ่งหลังช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาจะใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ารักษาระดับราคาตลอด ถ้าเป็นเช่นนั้นจะทำให้การใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ 5,000 ล้านบาท เพื่อตรึงดีเซลลิตรละ 30 บาท จะหมดเร็วขึ้นจากกำหนดไว้ 23 เดือน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ได้ขอความร่วมมือกับบริษัท ปตท. และบริษัท บางจากปิโตรเลียม รักษาระดับราคาขายปลีกดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ช่วงเทศกาลหยุดยาวปีใหม่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนในการเดินทาง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง โดยให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในวงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร เป็นการชั่วคราวประมาณ 23 เดือน ซึ่งหากราคาน้ำมันตลาดโลกยังปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเงินกองทุนน้ำมันฯ 5,000 ล้านบาทไม่พอ ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานร่วมกันพิจารณาหาทางแก้ไขเพิ่มเติม และให้เสนอต่อ กพช. พิจารณาต่อไป

นายวีระพล กล่าวว่า ปตท.และบางจากได้แจ้งขอปรับขึ้นราคาน้ำมัน 50 สตางค์/ลิตร เฉพาะเบนซิน 91 เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่จะตรึงดีเซลจนถึงปีใหม่ แม้คาลเท็กซ์จะขึ้นดีเซล 30.29 บาท/ลิตร แล้วก็ตาม

สำหรับนโยบายการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่จะมีการแยกเป็นสองราคานั้น ที่ประชุม กพช.ยังไม่ได้มีการพิจารณา เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงในวันที่ 9 ม.ค. ซึ่งยังมีเวลาในการตัดสินใจ ประกอบกับมาตรการตรึงราคาแอลพีจีจะสิ้นสุดในเดือน ก.พ. 2554

โดยมีการอนุมัติแนวทางจัดกาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ในประเทศ ในวิธีการเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ผลิตแอลพีจีในประเทศหันมาจำหน่ายให้กับผู้ใช้ภาคครัวเรือน ขนส่ง และอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยจะให้ราคาแอลพีจีจูงใจอิงกับราคาตลาดโลก จากปัจจุบันที่ถูกกำหนดเพดานหน้าโรงกลั่น คาดว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณการนำเข้าแอลพีจีในปี 2554 ได้ 6.38 แสนตัน และลดภาระการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 1,500 ล้านบาท/ปี

อย่างไรก็ตามปี 2554 ประเมินไว้ว่ายังมีความจำเป็นต้องนำเข้าเฉลี่ยประมาณ 1.23 แสนตัน/เดือน หรือตลอดปีต้องนำเข้าถึง 1.47 ล้านตัน และใช้เงินกองทุนน้ำมันฯถึง 2.1 หมื่นล้านบาท แต่ถ้านำมาตรการจูงใจให้โรงกลั่นน้ำมันหันมาผลิตแอลพีจีป้อนในประเทศ จะทำให้การนำเข้าแอลพีจีปีหน้า เหลืออยู่ที่ 8.38 แสนตัน เท่านั้น

ปัจจุบันราคาแอลพีจีหน้าโรงกลั่นที่จำหน่าย ถูกตรึงราคาอยู่ที่ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่หากผู้ผลิตหันมาผลิตขายให้ภาคครัวเรือน/ขนส่ง/อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นก็จะได้ราคาอ้างอิงตลาดโลกดังกล่าว ซึ่งในปี 2553 ที่ผ่านมา ราคาก๊าซ แอลพีจีตลาดโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 711 เหรียญสหรัฐ/ตัน และคาดว่าปี 2554 เฉลี่ยอยู่ที่ 762 เหรียญสหรัฐ/ตัน

แหล่งข่าวผู้ค้าส่งน้ำมันภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้คลังน้ำมันได้จำกัดการขายน้ำมันให้กับผู้ค้าส่ง รวมทั้งสถานีบริการน้ำมันของคลังนั้นๆ จากเดิมที่เคยขายให้วันละ 1 แสนลิตร ลดเหลือวันละไม่เกิน 3 หมื่นลิตร โดยอ้างว่าการที่รัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาน้ำมัน หากขายน้ำมันมากก็จะขาดทุนมาก

นายนอม อินยะวิน เจ้าของปั๊มน้ำมันอิสระ เทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาน้ำมันยังไม่ขาดแคลน แต่จะต้องใช้เงินสดซื้อ แต่แนวโน้มยังไม่สามารถระบุได้ว่าน้ำมันจะขาดแคลนหรือไม่.

ด้านแหล่งข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน แจ้งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีเรือบังเกอร์มาจอดขวางที่ท่าเรือสงขลา ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันเบนซินไม่สามารถเข้าท่าจอดได้ โดย ปตท.ยืนยันจะมีการจ่ายน้ำมันให้กับลูกค้าประจำทั้งหมดภายในเวลา 20.00 น. วันที่ 30 ธ.ค.ซึ่งอาจจะมีลูกค้าอื่นๆมาขอซื้อน้ำมันด้วย แต่ปตท.จะดูแลลูกค้าประจำก่อนเป็นลำดับแรก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท