
ประสพสุขไม่ซีเรียสได้ฉายาประสพสึก
ประสพสุข ไม่ซีเรียสได้ฉายา ประสพสึก ระบุ สถานการณ์แบบนี้ก็มีสึกบ้าง ชี้ ส.ว.ลูกผสม ได้เกรด บี หนุนใช้ระบบเดิมไปก่อน
ประสพสุข ไม่ซีเรียสได้ฉายา ประสพสึก ระบุ สถานการณ์แบบนี้ก็มีสึกบ้าง ชี้ ส.ว.ลูกผสม ได้เกรด บี หนุนใช้ระบบเดิมไปก่อน
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาให้ฉายาประธานวุฒิสภาประจำปี 53 ว่า ประสพสึก ว่า ได้อ่านรายละเอียดแล้ว ไม่ได้โกรธอะไร ก็สนุกดี เพราะเป็นการสะท้อนความคิดและมุมมองของสื่อที่มีต่อตน ซึ่งก็ต้องมีสึกบ้าง เพราะเข้ามาในสถานการณ์อย่างนี้ แต่การแก้วิกฤตให้ชาติบ้านเมืองส.ว.ก็มีความตั้งใจที่จะร่วมกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะช่วงเมษายน-พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็พยายามจะหาข้อเสนอต่อรัฐบาล แต่ในเมื่อรัฐบาลไม่เอา ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องดูด้วยว่า วุฒิสภามีอำนาจอย่างแท้จริงหรือไม่ ถ้ามีอำนาจทุบโต๊ะ ชี้นิ้วสั่งได้ อย่างนี้ถึงจะมีผลตามมา รัฐบาลเคารพวุฒิสภาในแบบแค่เห็นแล้วยกมือไหว้
"สำหรับที่สื่อมองว่า การทำงานระหว่างส.ว.เลือกตั้งและส.ว.สรรหาที่ขัดแย้งกันตลอด 3 ปีที่ผ่านมาคิดว่า การได้มาซึ่งส.ว.โดยใช้ระบบผสมดีอยู่แล้ว ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ได้กลุ่มวิชาชีพที่หลากหลายเข้ามา และมาช่วยส.ว.เลือกตั้งที่เป็นตัวแทนของทุกจังหวัดที่มาทำงานและขอประเมินให้เกรดบี และคิดว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังควรใช้ระบบผสมอยู่ แต่ในอนาคตก็แล้วแต่หากสถานการณ์เปลี่ยนไป" นายประสพสุข กล่าว
นาย ประสพสุข กล่าวด้วยว่า ส.ว.สรรหาชุดนี้ จะหมดวาระวันที่ 18 ก.พ.2554 แต่ในการทำงานคงไม่เป็นปัญหามานากนัก เพราะใช้เวลาสรรหาไม่เกิน 60 วัน ก็จะกลับมาสู่สภาวะเดิม แต่ช่วงนั้นคงสะดุดบ้างเรื่องการประชุมวุฒิสภาและการประชุมคณะกรรมาธิการ ประจำวุฒิสภา ส่วนที่มีงานวิจัยออกมาระบุว่า ส.ว.สรรหาชุดนี้ยังไม่มีความหลากหลายเพียงพอ คณะกรรมการสรรหา ควรกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ได้ความหลากหลายมากขึ้นหรือไม่นั้น ขณะนี้มีการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการสรรหาส.ว.ชุดใหม่แล้ว เชื่อว่า กรรมการสรรหาฯเหล่านี้คงใช้วิจารญาณ และคงรับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย ดังนั้นเสียงวิจารณ์ที่ว่าสรรหาไม่หลากหลายก็คงต้องสรรหาให้มีความหลากหลาย มากขึ้น และเชื่อว่า จะทำงานได้มีประสิทธิภาพร่วมกับ ส.ว.อีก 76 คน
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่วุฒิสภาได้รับฉายา อัมพฤกษ์รับจ็อบ ว่า เป็นเอกสิทธิ์ของสื่อที่ตั้งฉายา ส.ว.ก็ไม่ควรไปจริงจัง เพราะเป็นการสะท้อนมุมมองการทำงานของส.ว.อย่างสร้างสรรค์ และคิดว่า ฉายาไม่รุนแรง แต่ยืนยันว่า ที่ผ่านมาวุฒิสภาทำงานได้อย่างดีแม้จะมาจาก 2 ระบบ ซึ่งการทำงานจะเห็นได้จากการกลั่นกรองกฎหมายที่เกิน 90 % มีการแก้ไขเพื่อประโยชน์ส่วนรวม บางครั้งก็ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรส่งมา







