
ออกหมายเรียกสาวขับเก๋งทราบข้อหา5ม.ค.
พนักสอบสวนออกหมายเรียก สาว16 ขับเก๋งชนรถตู้บนโทลล์เวย์มาให้ปากคำในวันที่ 5 ม.ค. หลังประสานตร.ขอเข้าพบวานนี้แต่ไม่มาตามนัด อำนวยลั่นทำตรงไปตรงมา
พนักสอบสวนออกหมายเรียก สาว16 ขับเก๋งชนรถตู้บนโทลล์เวย์มาให้ปากคำในวันที่ 5 ม.ค. หลังประสานตร.ขอเข้าพบวานนี้แต่ไม่มาตามนัด อำนวยลั่นทำตรงไปตรงมา
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการติดต่อประสานจากญาติของเยาวชนอายุ 16 ปี ที่เป็นคนขับรถเก๋งที่ประสบอุบัติเหตุชนกับรถตู้โดยสารบนทางด่วนโทลล์เวย์ ว่าจะเดินทางมาให้ปากคำในเวลา 19.30น.วานนี้ (29ธ.ค.) แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่ได้เดินทางมา
ทั้งนี้พนักงานสวบสวนจึงออกหมายเรียกให้มารายงานตัวในวันที่ 5 ม.ค.นี้ เวลา 12.00 น. หากสะดวกมาก่อนหน้านั้นก็ได้ เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา โดยตำรวจจะแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ 1.ขับรถโดยประมาณเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ มีโทษปรับ 1,000 บาท
"ในวันดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนจะเปิดโอกาสให้คู่กรณีเจรจาชดเชยค่าเสียหายต่อกันด้วย ทั้งนี้ หากไม่มาตามหมายเรียกก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป"พล.ต.อำนวยกล่าว
ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่า เยาวชนที่เป็นคนขับรถเก๋ง ได้หลบหนีไปต่างประเทศแล้วนั้น ขอยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศ และได้ติดต่อกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ช่วยดูแลตรวจสอบการเดินทางออกนอกประเทศด้วย
ทั้งนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้มีความกดดันใดๆ และให้ความสำคัญต่อคู่กรณีเหมือนกัน การทำคดีจะดำเนินการแบบตรงไปตรงมา ด้านรถยนต์จะทำสืบสวนว่าใครเป็นเจ้าของ และทางผู้ปกครองรู้เห็นด้วยหรือไม่ หากพบว่าเป็นใจให้ขับรถด้วย จะเรียกตัวมาสอบปากคำเพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของความประมาณ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ปกครองมีความผิดหรือไม่ปล่อยให้ลูกมาขับรถ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ต้องดูลึกไปกว่านั้นว่า ผู้ปกครองยุยงส่งเสริม หรือยินยอม รู้เห็นเป็นใจหรือไม่ เช่น ที่เคยดำเนินคดีกับผู้ที่ขี่จยย.ซิ่ง และขับรถไปส่งลูกเที่ยวสถานบันเทิงซึ่งเป็นชัดเจน แต่คดีนี้เป็นความผิดโดยประมาท คือ ไม่มีเจตนามันยังห่าง ต้องเชิญผู้ปกครองมาสอบปากคำ รวมทั้งเจ้าของรถ ถ้าเป็นรถของเพื่อนแล้วเอาไปขับก็ห่างจากผู้ปกครองตนก็ไม่ได้พูดนำไปก่อน แต่จะต้องสอบสวนให้ชัดเจน เจ้าของรถเองก็มีความผิดถ้าหากรู้ข้อเท็จจริงคนขับไม่มีใบอนุญาต โดยมีความผิดตามพรบ.รถยนต์ โทษปรับ 2,000 บาท ถามว่า ระหว่างขับรถมีการใช้โทรศัพท์มือถือหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ไม่ทราบ
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวอีกว่า ถ้าผลการชันสูตรผู้เสียชีวิตคนขับรถตู้ ถ้าผลการตรวจแอลกอฮอล์ถ้าเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด ก็ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่าประมาท ถามว่า ดูจากภาพวงจรปิดแล้วลักษณะมีการขับรถกินเลนกันหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ในส่วนนี้ไม่ขอเปิดเผยในทางคดีถ้าเกิดพูดไปอาจเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ยันยันว่ามีหลักฐานชัดเจนแล้ว
รมว.ยุติธรรมขอข้อมูลคดี
วันเดียวกัน พ.ต.ท.ชัยวิณ เสมาทอง ผอ.ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผอ.สปท.5 ป.ป.ท. และ พ.ต.ท.พงศพร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สืบสวนและสะกดรอย กรมบังคับคดีพิเศษ เข้าพบ พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.วิภาวดี เจ้าของคดี
พ.ต.ท.พงศธร กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก นายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาครมว.ยุติธรรม ให้มาขอข้อมูลจากพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเพียงแค่มาดูในเรื่องของการสอบสวนของพนักงานสอบสวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนในการสอบปากคำพยานและผู้ต้องหาแต่อย่างใด และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
วิเชียรสั่งทำคดีอย่างตรงไปตรงมา
ขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้มีคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้อมคำนึงว่าผู้ต้องหาจะเป็นคนมีชื่อเสียงแค่ไหน และมั่นใจว่าจะไม่มีการวิ่งเต้นช่วยเหลือได้ เนื่องจากว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญสื่อมวลชน และสังคมจับตาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องทำสำนวนอย่างรอบคอบรัดกุม







