posttoday
ถอดรหัส 2011 ยุโรปอันตราย

ถอดรหัส 2011 ยุโรปอันตราย

30 ธันวาคม 2553

ปีเสือดุ 2010 นับเป็นปีที่เลวร้ายของยุโรป กับการที่ต้องงัดมาตรการเงินกู้ฉุกเฉินหลายหมื่นล้านยูโรเข้าช่วยกรีซและไอร์แลนด์ในที่สุด  

ปีเสือดุ 2010 นับเป็นปีที่เลวร้ายของยุโรป กับการที่ต้องงัดมาตรการเงินกู้ฉุกเฉินหลายหมื่นล้านยูโรเข้าช่วยกรีซและไอร์แลนด์ในที่สุด  

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

ถอดรหัส 2011 ยุโรปอันตราย

ปีเสือดุ 2010 นับเป็นปีที่เลวร้ายของยุโรป กับการที่ต้องงัดมาตรการเงินกู้ฉุกเฉินหลายหมื่นล้านยูโรเข้าช่วยกรีซและไอร์แลนด์ในที่สุด จากปัญหาหนี้สาธารณะ ขณะที่ประชาชนนับสิบๆ ล้านคนต่างแสดงความโกรธแค้นที่เห็นช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของพวกเขาเป็นเพียงฟองสบู่ที่แตกตัว

สถานการณ์ในปี 2010 นี้อาจถือว่าสาหัสแล้วกับมหกรรมช่วยเหลือกรีซและไอร์แลนด์ รวม 2 ประเทศเกือบ 2 แสนล้านยูโร และการประท้วงดุเดือดตั้งแต่ต้นปียันปลายปี

แต่ในปีเถาะ 2011 ยุโรปจะย่ำแย่หนักยิ่งกว่านี้ ถึงขั้นที่เรียกได้ว่า “ยุโรปอันตราย” เลยทีเดียว

ปัญหาเศรษฐกิจจะยิ่งรุมเร้า ระเบิดเป็นความเสียหายที่รุนแรง ส่งผลกระทบวงกว้างในทางการเมือง ให้เหล่าพรรคขวาจัดเข้าคุมทั่วทั้งทวีป กระทบชิ่งต่อไปยังภาคสังคม ทั้งคนยุโรปหัวทองและผู้อพยพหัวดำที่จะเผชิญวิบากกรรมจากพิษเศรษฐกิจแรงขึ้นอีกจากปีเสือ

เรียกว่าแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นนั้นแทบไม่ต่างจากในปี 2010 เพียงแต่มีระดับขั้นที่รุนแรงกว่าในเกือบทุกด้าน

เมื่อลองย้อนกลับไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ จะพบว่าแม้รัฐบาลยุโรปจะตระหนักถึงปัญหากันมาตั้งแต่ต้นปี แต่ก็ไม่มีใครสามารถหาทางออกที่สวยงามได้ เพราะทางออกเดียวที่เห็นจากการสุรุ่ยสุร่ายใช้จ่ายเกินตัวกันจนก่อหนี้มหาศาล ก็คือต้องใช้ให้น้อย กินให้น้อยลง ซึ่งถือเป็นตรรกะแก้ปัญหาพื้นฐานตรงตัวที่สุด

เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุประท้วงอย่างรุนแรงที่ธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเอเธนส์ ของกรีซ มีผู้เสียชีวิตไป 3 คน เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ชาวกรีกต้องจ่ายด้วยชีวิตกับเงินกู้ 1.41 แสนล้านยูโร ที่รัฐบาลได้รับมาจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

ทว่าเงินก้อนนี้ทำให้กรีซต้องปลดคนจำนวนมหาศาลในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ลดเงินเดือนและสวัสดิการ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปโดยตรง

ประธานาธิบดีคาโรลอส ปาปูลิอัส เตือนว่าประเทศเดินมาถึงขอบของหุบเหว ก่อนที่อีก 3 วันถัดมา 27 ชาติสมาชิกอียูจะเห็นชอบตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาติเพื่อนบ้านจากปัญหาหนี้ และในเวลาต่อมาก็ตั้งเป็นกลไกการช่วยเหลือถาวรที่เป็นรูปเป็นร่างจริงจังมากขึ้น

สาเหตุสำคัญเป็นเพราะความช่วยเหลือที่ไม่จบเพียงแค่กรีซ เพราะหลังจากนั้นกลไกที่ว่านี้ก็ต้องยื่นมือช่วยเหลือไอร์แลนด์เป็นประเทศที่ 2 อีก 6.75 หมื่นล้านยูโร

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิเคราะห์ต่างเชื่อมั่นว่าในปีหน้า “โปรตุเกส” จะเป็นรายต่อไปที่ต้องขอรับเงินกู้ฉุกเฉินอย่างแน่นอน ก่อนจะตามมาด้วยสเปนเป็นประเทศที่ 4

ทั้งสองประเทศต่างก็ถูกหั่นอันดับเครดิตส่งท้ายปี 2010 ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น และหมายความว่า โอกาสที่รัฐบาลจะระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรเหมือนประเทศอื่นๆ จะยิ่งเสี่ยงสูงขึ้นไปอีกในปีหน้า

ขณะเดียวกันสถานภาพของ 16 ประเทศกลุ่มยูโรโซน (กำลังจะกลายเป็น 17 ชาติ เมื่อเอสโตเนียเข้าร่วมในวันที่ 1 ม.ค. 2011) ก็จะเผชิญกับบททดสอบท้าทาย และการปฏิรูปครั้งสำคัญไปด้วย

อแลง ลามาสซูร์ ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณของรัฐสภายุโรป และสมาชิกพรรครัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวกับเอเอพีว่า ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปนั้น อาจหมายถึงการแตกสลายของอียูที่สร้างมากว่า 10 ปี

“หากเราตัดสินใจเรื่องนโยบายที่เบอร์ลิน นโยบายงบประมาณที่ลอนดอน นโยบายการเกษตรในปารีส วางนโยบายท้องถิ่นกันที่วอร์ซอ ถกนโยบายการทหารในวอชิงตัน ตกลงเรื่องพลังงานที่มอสโก หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะจบตรงไหน ไม่มียุโรปอีกต่อไปแล้ว” ลามาสซูร์ กล่าว

และสิ่งสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ หากปัญหาเศรษฐกิจขยายวงลุกลามในปีหน้า แล้วมีหรือที่ปัญหาสังคมโดยเฉพาะการเดินขบวนประท้วงและการจลาจลเพื่อต่อต้านการรัดเข็มขัดจะยิ่งไม่บานปลายและรุนแรงจากในปีนี้

ที่ดับลินปรากฏหลักฐานแห่งความโกรธแค้นถึงขนาดใช้ซีเมนต์ผสมเทกันตรงประตูรั้วรัฐสภา พร้อมกับข้อความสลักว่าแบงก์แองโกลเหม็นเน่า ขณะที่ฝรั่งเศสก็มีพลังประท้วงกันนับล้านให้ได้เห็นกันไปแล้ว เช่นเดียวกับการประท้วงเดือดจากกลุ่มนักศึกษาในอังกฤษที่โกรธแค้นจากการถูกหั่นงบการศึกษา จนไม่สนแม้กระทั่งรถพระที่นั่งของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

ส่วนที่กรุงบรัสเซลส์ ชาวเบลเยียมก็ออกมาแสดงพลังเดินขบวนประท้วงกันมากถึงแสนคน และไม่ใช่แค่ประชาชนทั่วไปเท่านั้น เพราะกลุ่มคนที่ประท้วงยังรวมถึงกลุ่มนายตำรวจชาวโรมาเนีย จำนวนหนึ่งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลด้วยรถโดยสารมาร่วมประท้วงถึงสำนักงานใหญ่อียู หลังถูกลดเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ลง

ขณะเดียวกันแรงโกรธแค้นจากภาคประชาชนกำลังส่งผลให้กลุ่มพรรคการเมืองขวาจัด ได้เข้ามาครองสภาแทนที่นักการเมืองหน้าเก่าทั้งฝ่ายซ้ายและสายกลางกันมากขึ้นอย่างน่าตกใจ

เมื่อพูดถึงคำว่านักการเมืองขวาจัด ก็ต้องไม่ลืมว่านโยบายสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การต่อต้านผู้อพยพต่างชาติ หรืออาจลามไปถึง “การเหยียดผิว” เช่น ที่นักการเมืองขวาจัดหลายคนในแถบสแกนดิเนเวีย ประกาศชัดว่าไม่ต้อนรับผู้อพยพทั้งหลาย โดยเฉพาะในยามที่คนในประเทศกำลังปากกัดตีนถีบเช่นนี้

ปัจจุบันพรรคการเมืองขวาจัดกำลังเข้าไปครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาออสเตรีย บัลแกเรีย เดนมาร์ก ฮังการี ลัตเวีย สโลวาเกีย สวีเดน และเนเธอร์แลนด์

นอกจากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นทางสังคมและการเมือง จึงเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างยิ่งสำหรับยุโรปในปีหน้าปีที่ไม่ควรละสายตาอย่างแท้จริง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท