posttoday
หวังสต๊อกข้าวไทยลดดันราคาโลกพุ่ง

หวังสต๊อกข้าวไทยลดดันราคาโลกพุ่ง

30 ธันวาคม 2553

 “ไตรรงค์” แย้มสต๊อกข้าวรัฐเหลือแค่ 1 ล้านตัน ลั่นขายอีกเหลือเก็บไม่ถึง 5 หมื่นตัน หวังดันราคาข้าวโลกพุ่ง

 “ไตรรงค์” แย้มสต๊อกข้าวรัฐเหลือแค่ 1 ล้านตัน ลั่นขายอีกเหลือเก็บไม่ถึง 5 หมื่นตัน หวังดันราคาข้าวโลกพุ่ง

คาดหลังรัฐบาลเร่งระบายข้าวออก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายการเก็บข้าว โดยมีผู้สนใจซื้อข้าวจำนวนที่เหลือแล้ว และคาดจะเก็บข้าวไว้ไม่เกิน 5 หมื่นตัน

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลเหลือข้าวในสต๊อกอยู่ 1 ล้านตัน จากเดิมที่มีข้าวเก็บไว้ 5.6 ล้านตัน โดยข้าว 1 ล้านตันที่เหลืออยู่นี้ มีผู้เสนอขอซื้อเข้ามาแล้วจากหลายประเทศ เช่น ไนจีเรีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งอาจจะระบายออกในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และคาดว่าจะเก็บข้าวไว้ในสต๊อกไม่เกิน 5 หมื่นตัน

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลมีนโยบายให้เร่งระบายข้าวออกจากสต๊อก เนื่องจากการเก็บข้าวไว้จำนวนมากมีค่าใช้จ่ายมากมาย เช่น ค่าเช่าโกดังที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 810 ล้านบาทต่อเดือน และยิ่งเก็บข้าวไว้นานข้าวก็จะยิ่งเสื่อมสภาพลง อีกทั้งนโยบายใหม่ก็ไม่มีที่จะเก็บข้าว เพราะมีข้าวอยู่ล้นโกดังไปหมด

นอกจากนี้ การที่ไทยเริ่มระบายข้าวออกจากสต๊อกจะส่งผลต่อราคาข้าวในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากการที่ไทยกักตุนข้าวไว้ ราคาข้าวจะอยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อตลาดรู้ว่าไทยเหลือข้าวอยู่อีกแค่ 1 ล้านตัน ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น

“การขายข้าวสต๊อกรัฐยังไงก็ต้องขายในราคาขาดทุนอยู่แล้ว เพราะข้าวที่เก็บไว้เป็นข้าวที่มาจากช่วงการใช้นโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งราคารับจำนำเป็นราคาการเมือง รัฐจำนำสูงถึง 1.38 หมื่นบาทต่อตัน ขณะที่ราคาตลาดอยู่ที่ระดับ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน ประกอบกับข้าวเก็บไว้นานแล้วย่อยเสื่อมสภาพลงไป จะให้ขายในราคาตลาดคงจะไม่มีใครซื้อ และหลังจากระบายข้าวหมดแล้วรัฐบาลจะไม่ดำเนินนโยบายซื้อสินค้าที่เสื่อมสภาพได้มาเก็บไว้ในสต๊อกอีก ส่วนการไม่มีสต๊อกข้าวในมือรัฐจะไม่กระทบความมั่นคงด้านอาหาร และยังไม่มีปีไหนที่ไทยบริโภคข้าวเกิน 5 หมื่นตัน” นายไตรรงค์ กล่าว

สำหรับการประมูลขายข้าวที่มีปัญหาขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบวิธีการดำเนินงานอยู่ ซึ่งในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่เป็นผู้อนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย ก็พิจารณาจากการเสนอซื้อ และเทียบราคากับราคาตลาดโลก โดยไม่ให้ต่ำจนเกินไปก่อนที่อนุมัติขายข้าว ส่วนขั้นตอนก่อนหน้านั้นเป็นกระบวนการของคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสารที่พิจารณามาเสนอ

นายไตรรงค์ กล่าวว่า นโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จ เพราะจากการสำรวจเป็นหนึ่งในนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบ ปีหน้าคงเดินหน้าต่อ และใช้งบเพิ่มจาก 3.6 หมื่นล้านบาท เป็น 4 หมื่นล้านบาท ตามเกษตรกรที่จะมาขึ้นทะเบียนเพิ่ม เนื่องจากสามารถเข้าถึงเกษตรกรได้ทุกคนที่เข้ามาขึ้นทะเบียนเกษตรกร และในปีหน้าจะต้องเดินหน้าต่ออย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีผู้เข้ามาขึ้นทะเบียนเกษตรกรมาขึ้นกว่าปีนี้ ทำให้รัฐบาลต้องมีค่าใช้จ่ายในการชดเชยราคาเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยขณะนี้ได้ตั้งวงเงินไว้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ใช้งบประมาณทั้งหมด 3.6 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากราคาข้าวในตลาดโลกสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่รัฐบาลประกาศ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายชดเชย ส่วนพืชเกษตรอื่นๆ ที่เข้าโครงการนี้ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ราคาก็สูงกว่าราคาประกันอยู่แล้ว

วันเดียวกันคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณากรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า การทุจริตในโครงการระบายข้าว มีข้าราชการการเมืองในกระทรวงพาณิชย์เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยนำเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ของมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ไปให้เอกชนค้ำประกันซื้อข้าว ทำให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้นายวีระศักดิ์ จินารัตน์ อดีตผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ พ้นจากตำแหน่ง

นายศรันย์ พันธ์มณี คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น หรือเดิมชื่อวิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตัวแทน นายวีระศักดิ์ จินารัตน์ อดีตผู้ช่วยรมว.พาณิชย์ และ นส.ฐานิญา สิงห์แจ่ม ในฐานะผู้ดำเนินการออกแคชเชียร์ กล่าวว่า เงินกองทุนกู้ยืมของเด็กที่ผ่านการอนุมัติมาแล้ว เข้าบัญชีมหาวิทยาลัย เงินส่วนนี้จะเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัยที่ให้นักศึกษาเข้ามายืมเพื่อการศึกษา ซึ่งตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมการศึกษา ได้ให้มหาวิทยาลัยที่จะนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ตามกรอบกฎหมายส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายวีระศักดิ์ เป็นตัวแทนของบริษัทเอ็มทีฯนั้น นายวีระศักดิ์ ฝากมายืนยันว่า การให้ยืมเงินกันธรรมดาระหว่างเพื่อนกับเพื่อนเป็นการให้ด้วยความเมตตา เพราะไปการยืมไปแต่ไม่ได้นำไปใช้อะไร เพราะยืมไปในวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ออกแคชเชียร์เช็คก็มีการโอนกลับมาในวันเดิมและจำนวนเท่าเดิม เห็นได้ว่าไม่ได้นำเงินไปทำสัญญาค้ำประกันใดๆแต่อย่างใด

นางแน่งน้อย พัวพัฒนกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา ตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการ เงิน กยศ.ถือเป็นค่าเทอมของนักศึกษาและค่าใช้จ่ายของนักศึกษาและเป็นภาระของผู้กู้ โดยหากสถาบันการศึกษาได้รับเงินตรงนี้ ต้องนำเงินไปใช้จ่ายเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษาได้

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ประธานกมธ. กล่าวว่า จากการพิจารณาเห็นว่าเรื่องนี้มีความไม่โปร่ง โดยจะต้องตรวจสอบว่า นายวีระศักดิ์ เป็นนอมินีของบริษัทเอ็มที เซ็นเตอร์เทรด หรือไม่ เพราะการที่ นายศรันย์ และ นส.ฐานิญา ในฐานะผู้ดำเนินการออกแคชเชียร์ ชี้แจงว่านายวีระศักดิ์ ซึ่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยการจัดการฯ นำเงิน กยศ.ไปให้เพื่อนของนายวีระศักดิ์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของบริษัทเอ็มทีฯ จำนวน 25 ล้านบาท ด้วยความเมตตาเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น

เพราะเงินดังกล่าวใกล้เคียงกับเงินประกันในการใช้ประมูลข้าวจำนวน 30 ล้านบาท จากราคาประมูลข้าว 6,000 ล้านบาท โดยมีเงินเข้าออกบัญชีชัดเจน ดังนั้น เห็นชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เข้าข่ายผิดมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบได้ เพราะนายวีระศักดิ์ เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี รมว.พานิชย์ กลับใช้ตำแหน่งหน้าที่ในฐานะตำแหน่งอธิการบดีใช้เงินกยศ.ไปช่วยเหลือเอกชนซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้กมธ.จะสอบให้ลึกว่าขบวนการดังกล่าวมีรัฐมนตรีและข้าราชการคนใดมีส่วนรู้เห็นดัวยหรือไม่โดยในวันที่ 5 ม.ค. 2554 ทางกมธ.จะพิจารณาเรื่องนี้ โดยจะเชิญ นางพรทิวา นาคาศรัย รมว.พาณิชย์ นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รมว.คลัง

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ