
คอร์รัปชัน2แสนล.
หอการค้าไทยเผยปัญหาคอร์รัปชันเข้าขั้นวิกฤต ข้าราชการ/นักการเมืองชักหัวคิว 25-30% ผลาญเงินรัฐกว่า 2 แสนล้าน
หอการค้าไทยเผยปัญหาคอร์รัปชันเข้าขั้นวิกฤต ข้าราชการ/นักการเมืองชักหัวคิว 25-30% ผลาญเงินรัฐกว่า 2 แสนล้าน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานการณ์การคอร์รัปชันของไทยล่าสุด ว่า ดัชนีที่ทำการสำรวจจากข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชน 1,200 ตัวอย่าง พบว่าการคอร์รัปชันของไทยโดยรวมอยู่ระดับที่รุนแรงมาก โดยค่าดัชนีรวมอยู่ที่ 3.2 จาก 10 (0 รุนแรงที่สุด 12 รุนแรงมากที่สุด 34 รุนแรงมาก 56 รุนแรงปานกลาง 78 รุนแรงน้อย 910 รุนแรงน้อยที่สุด 10 ไม่รุนแรง) (อ่านค่าดัชนีระดับความรุนแรงจากตารางประกอบ) และเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่แล้ว ถือว่าแย่ลง
ขณะเดียวกัน ในแง่ของการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกของคนในสังคม ดัชนีอยู่ที่ 2.9 ถือว่าต่ำที่สุด แสดงว่าผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการในการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกต่อเรื่องคอร์รัปชันเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับ 3 ปีที่แล้ว ถือว่าแย่ลง อาจเป็นเพราะบางคนยอมรับค่านิยมว่าถ้าคอร์รัปชันแต่มีผลงานถือว่ารับได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วง
ขณะที่นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันนั้น กลุ่มตัวอย่าง 12.2% เห็นว่าเกิดจากมีการแทรกแซงทางการเมืองและเกิดจากวัฒนธรรมเงินใต้โต๊ะ 12.2% เท่ากัน อีก 11.6% เห็นว่าเกิดจากการขาดความโปร่งใสและการตรวจสอบในกระบวนการทางการเมือง และ 11.4% เห็นว่าเกิดจากระบบอุปถัมภ์ของสังคมไทย
สำหรับการจ่ายเงินพิเศษให้กับข้าราชการหรือนักการเมืองนั้น ผู้ประกอบการต้องจ่ายมีสัดส่วนสูงถึง 80% โดยมีการจ่ายเงินกันมากกว่า 25% ของรายรับ มากที่สุดถึง 30% ของผู้ประกอบการที่ตอบทั้งหมด และถ้าประเมินความเสียหายจากการคอร์รัปชันในปี 2553 ที่มีงบประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท จะมีมูลค่าความเสียหาย 1.69 แสนล้านบาท ในกรณีที่ต้องจ่าย 25% หรือ 2 แสนล้านบาทในกรณีที่จ่าย 30%
ด้านนายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า จะเห็นว่าความตระหนักของสังคมถือว่าต่ำมากๆทั้งที่มีการทุจริตคอร์รัปชันกันอย่างมโหฬาร โดยในปีหน้าหอการค้าไทยและแนวร่วมจะเดินหน้ารณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมเกิดความตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น
สำหรับในไตรมาสแรกจะเชิญหน่วยงาน ICAC (Independent Commission Against Corruption) ของฮ่องกง ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่สามารถป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้คำแนะนำกับไทย







