
มาร์คยิ้มรับฉายารัฐบาลรอดฉุกเฉิน
นายกรัฐมนตรี ชี้คาร์บอมบ์บาเจาะ ไม่ใช่ลองของเลิกพรก.ฉุกเฉิน น้อมรับฉายารัฐบาล ยันปีนี้เศรษฐกิจรอดแล้ว เชื่อปีหน้าการเมืองรอด
นายกรัฐมนตรี ชี้คาร์บอมบ์บาเจาะ ไม่ใช่ลองของเลิกพรก.ฉุกเฉิน น้อมรับฉายารัฐบาล ยันปีนี้เศรษฐกิจรอดแล้ว เชื่อปีหน้าการเมืองรอด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าเหตุคาร์บอมบ์หน้าหมวดการทางอ.บาเจาะ จ.นราธิวาสไม่ใช่การลองของกับรัฐบาลหลังพิจารณายกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในอ.แม่ลาน จ.ปัตตานี รวมทั้งเหตุดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะส่งผลต่อการพิจารณายกเลิกในพื้นที่อื่น เพราะต้องดูในรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน ซึ่งกรณีดังกล่าวด้านการข่าวได้เคยมีการแจ้งเตือนแล้วว่าจะมีแนวโน้มในการเคลื่อนไหวลักษณะนี้ แต่ยอมรับมีความยากในการควบคุมสถานการณ์ เพราะไม่สามารถระบุเวลาและสถานที่ก่อเหตุได้ชัดเจน ซึ่งช่วงเวลานี้จะเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการมอบนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า การทำงานต้องคำนึงถึงมิติความมั่นคง เน้นการหาต้นเหตุของปัญหามากขึ้น และทำงานเชิงรุกมากกว่าการรอให้เกิดเหตุและแก้ปัญหาในภายหลัง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชน ทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายารัฐบาลประจำปี 2553 ว่า รัฐบาลรอดฉุกเฉิน ว่า ตนมีหน้าที่มีหน้าที่ทำให้บ้านเมืองและ ประเทศรอด ขณะนี้ก็ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว และปี 2554 ก็จะทำให้ผ่านพ้นปัญหาการเมืองไปให้ได้ ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าจะรอดฉุกเฉินหรือไม่ เพราะเป็นรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ส่วนจะมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ตนก็ยังไม่ทราบ เนื่องจากเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่รัฐบาลก็มีหน้าที่แก้ไขให้ได้
ส่วนฉายาซีมาร์ค โลชั่น ของตนนั้น เห็นว่าเป็นธรรมดาที่จะถูกวิจารณ์ ซึ่งต้องพิสูจน์ แต่ยาบางตัวก็ต้องใช้เวลากว่าจะออกฤทธิ์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ขณะนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยนั้น ว่า การดูแลป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ ว่า ทุกหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ก็ทำงานเชิงรุกในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในเส้นทางหลัก จะมีการติดตาม พร้อมกับมีระบบอาสาสมัคร ช่วยตรวจสอบ ผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยอมรับ มีความเป็นห่วงถนนสายรอง รวมทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยช่วงเทศกาลนั้น เกิดจากผู้ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องเน้นการ รณรงค์เรื่องนี้ให้มากขึ้น ขณะที่เรื่องสถิตินั้น รัฐบาลตั้งเป้าในอีก 10 ปีข้างหน้านั้น ต้องลดการสูญเสียลงครึ่งหนึ่ง และในปีนี้ก็มีเกิดอุบัติลดลงร้อยละ 14
ส่วนเหตุรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ชนรถตู้โดยสาร บนทางยกระดับอุตราภิมุข หรือโทลล์เวล์ จนมีผู้เสียชีวิต 8 ศพ ที่คดีไม่คืบหน้า เนื่องจากผู้ขับขี่รถมีนามสกุล ใหญ่โต ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ต้องติดตามคดีเต็มที่







