
เหตุผลเลิกพรก.ฉุกเฉินแม่ลาน จุดเริ่มต้นสงบด้ามขวาน
การปลดปล่อย อ.แม่ลานจ.ปัตตานี จากบรรดากฎหมายพิเศษ จึงเหมือนเป็นการนำร่องสู่การยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกพื้นที่อื่นต่อไป....
การปลดปล่อย อ.แม่ลานจ.ปัตตานี จากบรรดากฎหมายพิเศษ จึงเหมือนเป็นการนำร่องสู่การยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกพื้นที่อื่นต่อไป....
โดย....ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
เพราะเหตุใด ถึงมีการตัดสินใจ ยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี
คำตอบนี้มีคำเฉลยจากปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรณีของอ.แม่ลาน มีทั้งการประกาศกฎอัยการศึก และ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน การตัดสินใจจะยกเลิกต้องได้รับการพิจารณากลั่นกรองอย่างละเอียด ประเมินสถานการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน
จากการรายงานของฝ่ายความมั่นคง พบว่า สถานการณ์ความไม่สงบมีสถิติลดลง มีเพียง 10 ครั้ง โดยปีที่แล้วมีเหตุการณ์ความไม่สงบ 10 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย มีเหตุการณ์น้อยลงตามลำดับ โดยมีระเบิด 2 ครั้ง ยิง 8 ครั้ง
หลังจาก ครม.มีมติ ให้ยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะเข้าสู่กระบวนการปรับกำลังทหารส่งมอบพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามารับผิดชอบ พร้อมกันนี้ เมื่อมีการยกเลิกพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ครม.เห็นชอบในหลักการให้ดำเนินการยกเลิก กฎอัยการศึกต่อไปด้วย ซึ่งในส่วนนี้ อยู่ในความรับผิดชอบ ของสภากลาโหม ที่จะเรียกประชุมในสัปดาห์ถัดไปเพื่อดำเนินการยกเลิกและนำขึ้นทูลเกล้าฯยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก
ตามข้อมูลฝ่ายความมั่นคง อ.แม่ลาน ได้รับการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อ วันที่ 9 ม.ค. 51 ซึ่งหลังการยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน และกำลังตามด้วยการยกเลิกกฎอัยการศึก จะนำไปสู่ขั้นตอนเสนอครม.ให้ นำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2551 หรือ กฎหมายความมั่นคงปกติมาบังคับใช้
การยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน อ.แม่ลาน ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ยังเป็นการสอดรับกับการเตรียมปรับโครงสร้างใหม่ในการสร้างความสงบสุขในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย เนื่องจาก พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กม. ศอ.บต. จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ธันวาคมนี้
ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจากนี้ “การเมืองนำการทหาร”
ดังจะเห็นได้จากกฎหมาย ศอบต. ออกแบบไว้ให้มีกระบวนการมีส่วนร่วม ตั้งแต่ระดับการจัดทำนโยบายการพัฒนาและความมั่นคงจากทุกภาคส่วน สร้างหลักประกันโดยกำหนดยุทธศาสตร์ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อยางบูรณาการ ซึ่งการบริหารโครงการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบของการมีส่วนร่วมถือเป็นความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ขณะที่การดูแลความมั่นคงจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.การรักษาความมันคงฯ บทบาทหลักจะตกไปอยู่ที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เห็นว่าการทำงานของแต่ละภาคส่วนจะเป็นไปโดยเอกภาพ หากเป็นไปตามนี้ จัดวางโครงสร้างเรียบร้อยคาดว่าภายใน 2 ปี ทุกระบบจะเข้าที่
ความมุ่งมั่นที่จะทำให้เห็นว่าพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการคลี่คลายสู่การใช้กฎหมายปกติ เน้นการมีส่วนร่วม เห็นได้จากการเตรียมการรองรับ โดยหลังการประชุมครม. นายกฯได้เรียกประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ที่เรียกง่ายๆว่า ครม.ใต้ ซึ่งโครงการพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องผ่านความเห็นชอบ จากครม.ใต้ แต่นายกฯได้มีการแจ้งต่อที่ประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนโอนโครงการพัฒนาทั้งหมดไปให้ ศอบต.ดูแล ในอนาคตอันใกล้นี้
ดังนั้น การปลดปล่อย อ.แม่ลานจ.ปัตตานี จากบรรดากฎหมายพิเศษ จึงเหมือนเป็นการนำร่องสู่การยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกพื้นที่อื่นต่อไป เพื่อให้เห็นว่า สถานการณ์บ้านเมืองในพื้นที่ภาคใต้บางพื้นที่ ได้กลับคืนสู่ความสุขแล้ว







