
ชาวพัทลุงผวาโจรไอ้โม่งอาละวาด
ชาวบ้านผวาโจรไอ้โม่งตะเวนก่อเหตุปล้นเงียบมานับครั้งไม่ถ้วน ตำรวจรู้เบาะแสทำเป็นขบวนการใหญ่ แต่ไม่มีหลักฐานจับกุม
ชาวบ้านผวาโจรไอ้โม่งตะเวนก่อเหตุปล้นเงียบมานับครั้งไม่ถ้วน ตำรวจรู้เบาะแสทำเป็นขบวนการใหญ่ แต่ไม่มีหลักฐานจับกุม
ตำรวจ สภ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง นำรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็ค หมายเลขทะเบียน บต.7348 พัทลุง ซึ่ง 4 คนร้ายนำไปจอดทิ้งริมถนนสายเอเชีย บริเวณบ้านคลองใหม่ ต.วังอ่าง เขตรอยต่ออ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง และ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ไปตรวจสอบ หลังคนร้ายใช้เป็นพาหนะก่อเหตุปล้นทรัพย์บ้านเลขที่ 13 หมู่ 12 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของนายสมใจ และ นางจิตรา ดำสินธ์ สองสามีภรรยา
นายสมใจ อายุ 47 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ อยู่กับภรรยา ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลายชายวัย 8 เดือน ขณะนอนหลับอยู่ภายในบ้าน คนร้ายจำนวน 4 คน มีอาวุธปืนครบมือ ได้งัดประตูหลังบ้านเข้ามา2 ใน 4 คนร้ายใช้หมวกไหมพรหมปิดบังใบหน้า โดยคนร้าย ได้จับคนในบ้านทั้งหมดมัดมือมัดเท้า พร้อมใช้อาวุธปืนจี้ขู่บังคับห้ามส่งเสียงร้อง และทำการรื้อค้นข้าวของอย่างใจเย็น
ทั้งนี้ ทรัพย์ที่คนร้ายได้ไปเป็นเงินสด ที่เตรียมไว้ผ่อนรถและใช้จ่ายในบ้านจำนวน 20,000 บาท ทองรูปพรรณ เป็นสร้อยคอ แหวน สร้อยคอมือของ นางจิตรา ภรรยา และลูกสะใภ้ น้ำหนัก 7 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท จากนั้น คนร้ายได้ขับรถยนต์ไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้รถยนต์เดินทางไปแจ้งความ
ตำรวจสภ.ป่าบอน นายหนึ่ง เปิดเผยว่า โจรไอ้โม่งสวมไหมพรหม จะออกปล้นสะดมภ์เป็นระยะๆ และได้ปฏิบัติการมาหลายปี ลักษณะรูปแบบคือเข้าปล้นเงียบ โดยจับเจ้าบ้านเจ้าของทรัพย์จะถูกมัดมือไพ่หลังและมัดเท้า จนไม่สามารถทำการต่อสู้ได้ และไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นใคร
กลุ่มโจรนี้ ทำเป็นขบวนการและเป็นขบวนการใหญ่ ทางตำรวจมีข้อมูลว่า จะประกอบเป็นอาชีพ บางรายสามารถสร้างตัวมีบ้านเรือน ทรัพย์สินอยู่ในฐานะดี แต่ทางการไม่มีหลักฐาน และผู้เสียหายเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ เพื่อจะทำการจับกุม แม้ตำรวจจะมีรายชื่อกลุ่มโจรดังกล่าวอยู่แล้ว







