posttoday
อมาตยา เซน

อมาตยา เซน

28 ธันวาคม 2553

...นพ.วิชัย โชติวัฒน

ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้เชิญอมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี พ.ศ. 2541 มาแสดงปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “ความยุติธรรม : จากแนวคิดสู่วิถีปฏิบัติ” หัวข้อปาฐกถาได้ต้นตอมาจากหนังสือเล่มล่าสุดของอมาตยา เซน คือ “แนวคิดเรื่องความยุติธรรม” (The Idea of Justice) ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2552 นี้เอง

อมาตยา เซน เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งอมาตยา เซน ยอมรับว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นแรงบันดาลใจหลักของท่านมาตลอดชีวิต อมาตยา เซน เคยแสดงปาฐกถาเรื่อง “พระพุทธเจ้ากับโลกสมัยใหม่” ที่สิงคโปร์ ชี้ให้เห็นว่าปรัชญาความคิดของพระพุทธเจ้าสามารถนำมาปฏิบัติได้ง่ายกว่าความคิดของผู้นำศาสนาอื่นจำนวนมาก ทั้งนี้ อมาตยา เซน ได้ชี้แจงไว้อย่างชัดเจนว่าท่านเป็นคนจำพวกไม่นับถือศาสนา เช่นเดียวกับผู้คนในยุคปัจจุบัน อมาตยา เซน ได้ชี้ให้เห็นลักษณะเด่นสามประการของพระพุทธศาสนา ลักษณะแรก คือ การเน้น “วิถีที่มีชีวิตเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งแตกต่างจากคำวิจารณ์ทั่วไปที่มักมองพระพุทธศาสนาว่าเป็นพวก “ทุกขนิยม” เพราะสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งของพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและประกาศมาตั้งแต่แรก คือ อริยสัจสี่ ที่เป็นเรื่องของทุกข์ล้วนๆ

อมาตยา เซน เปรียบเทียบปรัชญาแนวคิดของพระพุทธเจ้า กับของพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่หนึ่ง กษัตริย์ซึ่งเป็นคริสตศาสนิกนิกายโรมันคาทอลิก สมัยศตวรรษที่ 16 ผู้มีคำประกาศอันโด่งดังว่า “ความยุติธรรมจงบังเกิด แม้โลกจะสิ้นสลาย”

ลักษณะเด่นประการที่สองของพระพุทธศาสนาตามทัศนะของอมาตยา เซน คือ การให้ความสำคัญต่อทุกชีวิต โดยชี้ให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังพุทธปรินิพพานไปแล้ว คือ การทำสังคายนา ตั้งแต่ ปฐมสังคายนาที่กรุงราชคฤห์ หลังพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไม่นาน และครั้งต่อๆ มา โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งจัดประชุมสังคายนาครั้งใหญ่ที่สุด เมื่อสามร้อยปีก่อนคริสต์ศักราช ที่กรุงปาฏลีบุตรหรือเมืองปัตนาในปัจจุบัน ลักษณะเด่นของการสังคายนาแบบพุทธคือการเปิดโอกาสให้ผู้มีความเห็นแตกต่างมารวมตัวกันเพื่อถกเถียงหาข้อยุติ

อีกตัวอย่างหนึ่งที่อมาตยา เซน หยิบยกขึ้นมาชี้ให้เห็นอิทธิพลของพระพุทธศาสนา คือ “รัฐธรรมนูญสิบเจ็ดมาตรา” ซึ่งประกาศใช้โดยเจ้าชายโชโตกุ ผู้สำเร็จราชการแทนพระมารดา คือ พระจักรพรรดินีซุยโกะ เมื่อปี พ.ศ. 1147 เจ้าชายโชโตกุ เป็นพุทธศาสนิก และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา หลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญนี้คล้ายคลึงกับ “มหากฎบัตร” (Magna Carta) ซึ่งกษัตริย์อังกฤษประกาศเมื่อกว่าหกร้อยปีต่อมาคือ ปี พ.ศ. 1758 “รัฐธรรมนูญ สิบเจ็ดมาตรา” บัญญัติว่า “การตัดสินใจในเรื่องสำคัญไม่ควรกระทำโดยบุคคลเดียว แต่ควรผ่านการอภิปรายกับหลายๆ คน” และ “ไม่พึงขุ่นเคืองใจเมื่อคนอื่นเห็นต่างจากเรา เพราะทุกคนล้วนมีหัวใจ หัวใจแต่ละดวงย่อมเอนเอียงเข้าหาตัว สิ่งที่พวกเขาเห็นว่าถูกอาจผิดสำหรับเรา และสิ่งที่ถูกของพวกเราคือสิ่งที่ผิดสำหรับพวกเขา”

ลักษณะเด่นประการที่สามของพระพุทธศาสนา คือ การเน้นความรับผิดชอบอันเป็นสากล ซึ่ง อมาตยา เซน ชี้ว่าเป็นหลักการที่ก้าวไปไกลกว่า หลัก “สัญญาประชาคม” (Social Contract) ตามแบบของนักปรัชญาตะวันตกในสมัยหลัง ซึ่งเป็นหลักการที่มีอิทธิพลต่อโลกปัจจุบันอย่างกว้างขวาง อมาตยา เซน ชี้ว่า พระพุทธองค์ทรงเห็นความแตกต่างของสรรพสัตว์ทั้งปวง และเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้อง “รับผิดชอบ” ต่อสรรพสัตว์เหล่านี้ พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบถึงหน้าที่ความรับผิดชอบที่มารดามีต่อบุตรของตน มิใช่เพราะเธอเป็นผู้ให้กำเนิดลูก และมิใช่เพราะต้องการการตอบแทนบุญคุณ แต่เพราะมารดาย่อมเห็นความแตกต่างหรือความไม่สมดุลทางอำนาจ (Asymmetry of Power) ที่บุตรย่อมไม่สามารถกระทำเพื่อตัวเอง เมื่อยังเป็นทารก หรือเด็ก ต้องพึ่งพามารดาและมารดาย่อมกระทำหน้าที่ของตน เพราะเห็นว่าพึงกระทำสิ่งที่จะมีผลต่อชีวิตของเด็กอย่างมหาศาล ทั้งนี้โดยไม่ต้องมีสัญญาใดๆ

ไม่ใช่เพราะพันธสัญญา แต่เป็นการตัดสินใจอย่างอิสระเสรี และเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์หรือมีคุณค่าที่เป็นเหตุเป็นผลสำคัญ ที่ทำให้มนุษย์มีความรับผิดชอบ

อมาตยา เซน ชื่นชมระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย ซึ่งสหรัฐอเมริกาก็ยังกระทำไม่ได้ โดยกล่าวย้ำถึงสองครั้งในปาฐกถาครั้งนี้ ซึ่งระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของเรา เป็นไปตามลักษณะเด่นสามประการของพระพุทธศาสนา คือ การเน้นชีวิตเป็นศูนย์กลาง การให้ความสำคัญกับทุกคน และเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีประโยชน์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท