
โลกที่จำกัด
นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลและคอลัมนิสต์คนดัง พอล ครุกแมน ได้มองทิศทางเศรษฐกิจโลกปีหน้าด้านสินค้าโภคภัณฑ์ไว้ได้อย่างน่าสนใจในหน้าบทบรรณาธิการและความเห็นของเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ วันที่ 26 ธ.ค.
ครุกแมน ระบุว่า ราคาน้ำมันขยับขึ้นไปเหนือระดับ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทองแดงและฝ้ายทุบราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับราคาธัญพืชและข้าวโพดที่แพงลิบลิ่ว ทั้งหมดนี้เป็นราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับตัวขึ้นภายในไตรมาสเดียว ในช่วงครึ่งปีหลังเท่านั้น
การขึ้นราคาอย่างพรวดพราดเหล่านี้หมายถึงอะไรกัน เป็นการปั่นเก็งกำไรสุดโต่งอย่างนั้นหรือ หรือเป็นผลจากเงินที่ล้นในระบบมากเกินไป หรือเป็นสัญญาณเงินเฟ้อที่จ่อเข้ามาทุกขณะ
สัญญาณจากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ กำลังชี้ให้เห็นถึงขอบเขตหรือภาวะที่จำกัดของโลกต่างหาก ตลาดเกิดใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ได้สร้างแรงกดดันต่อปริมาณสินค้าและวัตถุดิบที่มีอย่างจำกัดจนราคาพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยที่สหรัฐเป็นเพียงคนที่ยืนมองเหตุการณ์เท่านั้น
ครั้งล่าสุดที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันขยับขึ้นทุบสถิติเกิดขึ้นเมื่อราว 2 ปีครึ่งที่แล้ว ซึ่งหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าเป็นเพราะการปั่นเก็งกำไร แต่ราคาก็ลดลงเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก คำถามที่ตามมาก็คือ เมื่อเศรษฐกิจฟื้น ราคาสินค้าเหล่านี้จะแพงขึ้นตามหรือไม่
แม้ปัจจุบันดูเหมือนเศรษฐกิจสหรัฐจะยังไม่พ้นจากภาวะถดถอย แต่ในหลายประเทศตลาดเกิดใหม่ยังคงคึกคัก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการผลิต จนส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์โลกขยับตามไปด้วย จริงอยู่ว่าส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะการปั่นเก็งกำไรตามตลาดล่วงหน้าที่ยังคงมีอยู่เหมือนในปี 20072008 แต่หากพิจารณาให้ถ่องแท้จะพบว่าราคาในขณะนี้เป็นไปตามกลไกพื้นฐาน หรือหลักดีมานด์ซัพพลาย เมื่อประเทศที่ยากจนกำลังขยับฐานะขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางของโลกกันมากขึ้น
และสิ่งที่โลกจะเป็นต่อไปก็คือ การปรับตัว ปรับสภาพเศรษฐกิจให้เข้ากับความจริงที่ว่า โลกของเรามีทรัพยากรที่จำกัด และแน่นอนว่ามีราคาแพงขึ้น







