
ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ
....อนุรักษ์ นิยมเวช
ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีระบบการออมเพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพที่ครอบคลุมภาคแรงงานทุกประเภท แรงงานส่วนใหญ่ของประเทศจึงยังไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง ซึ่งทำให้บุคคลเหล่านี้มีความเสี่ยงในวัยชราภาพ เพราะไม่มีช่องทางหรือโอกาสหรือแนวความคิดเกี่ยวกับการออมเงินในขณะที่อยู่ในวัยทำงาน พระราชบัญญัตินี้ จึงเป็นการจำเป็นเพื่อสร้างระบบบำนาญเพื่อคุ้มครองบุคคลกลุ่มนี้ ทำให้เกิดกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเป็นช่องทางการออมขั้นพื้นฐานในรูปบำนาญ อันเป็นการสร้างความเท่าเทียมและความเป็นธรรม โดยการดูแลจากภาครัฐ แม้ปัจจุบันประเทศไทยมีกองทุนเพื่อการชราภาพหลายกองทุน แต่มีสมาชิกของกองทุนเหล่านั้นเป็นผู้ที่รายได้ค่อนข้างสูงเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้ อีกทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่วัยผู้สูงอายุมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งภาระในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุของรัฐบาล ดังนั้น กองทุนการออมแห่งชาติเป็นหนึ่งทางออกและคำตอบ เพื่อเป็นช่องทางและโอกาสในการออมให้แก่ผู้ที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองให้ได้รับผลประโยชน์ในรูปเงินบำนาญจากภาครัฐ การออมในระหว่างที่ประชาชนยังมีกำลังทำงานถือเป็นสิ่งที่จำเป็น อันทำให้เกิดเงินออมระยะยาว พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติเปิดกว้างให้ทั้งคนในระบบและนอกระบบสามารถทำได้ ยกเว้นข้าราชการเพื่อต้องการให้ประชาชนมีหลักประกันที่มั่นคงหลังเกษียณอายุเปรียบได้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งหลังจากมีอายุครบ 60 ปี จะได้รับเงินเป็นรายเดือน เป็นทางนำไปสู่ระบบรัฐสวัสดิการอันเป็นระบบทางสังคมที่รัฐให้หลักประกันแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีการเก็บเบี้ยประกันสังคมจากคนที่มีงานทำตามอัตราเงินเดือน เงินที่เก็บได้รัฐก็จะนำมาใช้จ่ายสำหรับบริการทางสังคมทั้งหมดในระบบรัฐสวัสดิการ เป้าหมายของพระราชบัญญัติการออมแห่งชาตินี้คือเพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนเริ่มหันมาดูแลตัวเองเมื่อพ้นวัยทำงานเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับอนาคตตนเอง
ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติได้ผ่านวาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และกำลังจะเข้าสู่วาระที่ 2 และ 3 ต่อไป สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้คือ จัดให้มีกองทุน ซึ่งเรียกว่ากองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. อันเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นราชการหรือรัฐวิสาหกิจเพื่อช่วยสร้างหลักประกันทางการเงินในยามชราภาพให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุระหว่าง 2060 ปี กับกลุ่มแรงงานนอกระบบที่ไม่มีหลักประกันทางรายได้เหมือนกลุ่มข้าราชการหรือได้รับบำเหน็จบำนาญ หรือลูกจ้างเอกชนที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคมให้มีโอกาสที่จะมีรายได้ในยามชราภาพด้วยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนการออมแห่งชาติ
หลักการเงินบำนาญของกองทุนนี้คือ ประชาชนสามารถฝากเงินผ่านกองทุน โดยที่ประชาชนเป็นผู้ออมและรัฐบาลเป็นผู้สมทบและจ่ายเงินให้แก่สมาชิกเป็นรายเดือนเมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อสมาชิกภาพของสมาชิก โดยประชาชนผู้เข้าร่วมจ่ายเงินสมทบกองทุนจำนวน 1001,000 บาทต่อเดือน แล้วรัฐจะจ่ายสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งทรัพย์สินของกองทุนจะประกอบด้วยเงินสะสม เงินสมทบ ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินงานของกองทุน รายได้อื่นและดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าว กองทุนสามารถนำไปประกอบกิจการได้ภายใต้วัตถุประสงค์ของกองทุน รวมถึงการถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพย์สิทธิการก่อตั้งสิทธิหรือทำนิติกรรมใดๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร การลงทุนหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุน สำหรับค่าใช้จ่ายของกองทุนในการดำเนินงานนั้นกำหนดให้จ่ายจากเงินในบัญชีเงินกองกลาง โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนดูแลกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และควบคุมบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของกองทุน ประการถัดมา กำหนดการควบคุมและการบริหารให้มีคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติมีหน้าที่กำหนดนโยบาย ออกข้อบังคับ ระเบียบในการบริหารกิจการของกองทุน และนโยบายการลงทุน เป็นต้น กรรมการซึ่งเป็นสมาชิกและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสามารถดำรงตำแหน่งได้วาระละ 3 ปี และเมื่อพ้นตำแหน่งสามารถได้รับเลือกอีกได้โดยจะดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดกันไม่ได้ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการให้เป็นไปตามที่กฎหมายนี้กำหนดไว้ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติให้ถือเสียงข้างมาก และห้ามกรรมการผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาเข้าร่วมประชุมในเรื่องนั้น คุณสมบัติของสมาชิกและสิทธิประโยชน์ของสมาชิกเป็นไปตามที่บัญญัติในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยเป็นผู้มีสัญชาติไทยที่บรรลุนิติภาวะแล้วแต่มีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ และต้องไม่เป็นสมาชิกของกองทุนที่ระบุไว้ โดยต้องแสดงความจำนงพร้อมทั้งจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนจำนวนไม่น้อยกว่า 50 บาทต่อเดือน แต่ไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หลักการจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลคำนึงถึงระดับอายุของผู้เป็นสมาชิก อัตราส่วนกับจำนวนเงินสะสมซึ่งรัฐบาลจะจ่ายสมทบให้แก่สมาชิกไม่เกินจำนวนเงินสมทบสูงสุดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบสูงสุดดังนี้ 1.ในกรณีที่อายุสมาชิกไม่เกิน 30 ปี ให้จ่ายในอัตราส่วนเงินสมทบต่อเงินสะสมร้อยละ 50 แต่ต้องไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี 2.ในกรณีที่อายุสมาชิกเกิน 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี ให้จ่ายในอัตราส่วนเงินสมทบต่อเงินสะสมร้อยละ 80 แต่ต้องไม่เกิน 4,800 บาท ต่อปี 3.ในกรณีที่อายุสมาชิกเกิน 50 ปี ให้จ่ายในอัตราส่วนเงินสมทบต่อเงินสะสมร้อยละ 100 แต่ต้องไม่เกิน 6,000 บาทต่อปี
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สมาชิกไม่สามารถจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน สถานภาพการเป็นสมาชิกยังคงมีอยู่ต่อไป แต่รัฐบาลไม่ต้องจ่ายเงินสมทบสำหรับสมาชิกรายนั้น และในการจ่ายเงินสมทบให้จ่ายภายในสิ้นเดือนถัดจากเดือนที่สมาชิกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน เมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ ซึ่งหมายรวมถึงเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ กำหนดให้ตายหรือลาออกจากกองทุน หลักเกณฑ์การจ่ายเงินขึ้นอยู่กับว่าสมาชิกสิ้นสภาพเนื่องจากเหตุใด เป็นต้นว่า หากสิ้นสมาชิกภาพเพราะอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ให้สมาชิกผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำนาญจากกองทุนจนตลอดชีวิตตามจำนวนที่กำหนด หรือในกรณีที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเพราะลาออกจากกองทุน ให้สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสะสมจากกองทุน ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบให้ตกเป็นของกองทุน
ข้อพิจารณาของพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติมีอยู่ว่า คณะกรรมการกองทุนให้สามารถมีสมาชิกที่มาจากการได้รับเลือกจำนวน 5 คน ซึ่งอาจมาจากภาคประชาชน โดยต้องเป็นบุคคลผู้ที่มีความรู้ความสามารถและต้องมีการกระจายตามภูมิภาค เพื่อให้เกิดความหลากหลายและการมีส่วนร่วมที่ทั่วถึง โดยต้องคำนึงถึงสัดส่วนของชายและหญิง อีกประการคือตำแหน่งเลขาธิการของกองทุน ซึ่งมีอำนาจเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของกองทุน บริหารกิจการของกองทุนตามวัตถุประสงค์ กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ จึงควรที่จะให้มีการประเมินผลการทำงานของเลขาธิการเพื่อดูแลการดำเนินงานและเลขาธิการกองทุนต้องไม่มีการขัดระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ของกองทุน และเงินของกองทุนนั้นต้องจัดให้มีคณะกรรมการการลงทุนเป็นผู้ทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำด้านการลงทุน กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่จะมอบหมายให้จัดการเงินของกองทุน รวมทั้งติดตามดูแลการดำเนินงานของผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการเงินของกองทุนและรายงานผลดำเนินการด้านการลงทุน กฎหมายกำหนดให้สามารถนำเงินกองทุนไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มั่นคงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งอาจจะมีการลงทุนในส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 40 จึงเห็นสมควรให้มีระเบียบของกองทุนที่กำหนดว่าหลักทรัพย์อื่นร้อยละ 40 นั้นสามารถนำไปลงทุนประเภทใดได้บ้าง และประชาชนสามารถมีส่วนร่วมตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนกฎหมายนี้กำหนดให้กองทุนต้องแจ้งยอดเงินสะสม เงินสมทบ พร้อมทั้งผลประโยชน์ตอบแทนให้สมาชิกแต่ละคนทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยการจัดทำรายงานแสดงการจัดการกองทุน จัดทำรายงานผลงานประจำปี รวมทั้งต้องจัดทำงบการเงินเสนอผู้สอบบัญชี และให้ประกาศงบการเงินและรายงานการสอบบัญชีที่ได้ตรวจสอบแล้วในราชกิจจานุเบกษา ประชาชนจึงควรให้ความสำคัญ ร่วมมือในการตรวจสอบการทำงานของกองทุนเพื่อเป็นการรักษา ปกป้องผลประโยชน์ของตนและประชาชนด้วยกัน
ร่างพระราชบัญญัตินี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการเริ่มต้นให้หลักประกันความมั่นคงสำหรับประชาชน ในอนาคตจะเป็นกองทุนที่มีความสำคัญอย่างมาก แต่อย่างไรกองทุนนี้จะไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดหากไม่ได้รับความร่วมมือของประชาชน ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติข้างต้นอาจต้องพิจารณาถึงการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเข้าเป็นกรรมการกองทุนและบริหารกองทุนอย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะควรมุ่งเน้นให้ความสนใจกับคณะกรรมการกองทุนที่มาจากสมาชิกที่ได้รับเลือก 5 คน การคัดเลือกควรคำนึงถึงผู้ที่มีความรู้ความสามารถและต้องมีการกระจายตามภูมิภาค อีกทั้งคำนึงถึงสัดส่วนของชายและหญิงเพื่อให้เกิดความหลากหลายและสามารถให้คำแนะนำ เป็นตัวแทนให้กับประชาชนได้ โดยกองทุนข้างต้นถือว่าเป็นการสร้างระบบการออม ซึ่งเป็นพื้นฐานของประเทศ กองทุนดังกล่าวจึงต้องมีการบริหารจัดการให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม







