posttoday
"บิ๊กตู่"ถกหอการค้าสหรัฐ สร้างเชื่อมั่นนักลงทุนขอปชช.ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ

"บิ๊กตู่"ถกหอการค้าสหรัฐ สร้างเชื่อมั่นนักลงทุนขอปชช.ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ

19 พฤศจิกายน 2564

นายกฯ ถกหอการค้าสหรัฐ เร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ยันเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลมีเสถียรภาพ โรดแมปชัดเจน ขอคนไทยร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวาน (18 พ.ย.) ผมได้ร่วมประชุมผ่านระบบ video conference กับประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (American Chamber of Commerce in Thailand : AMCHAM) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและนักธุรกิจบริษัทสมาชิก เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โอกาสทางธุรกิจ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนในอนาคต ภายใต้ความท้าทายของโลก ที่มีทั้งวิกฤตโควิดและภาวะโลกร้อน ซึ่งทุกประเทศกำลังเผชิญอยู่ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ในทุกมิติ

ในโอกาสนี้ ผมได้สร้างความเชื่อมั่นแก่บรรดานักธุรกิจสหรัฐฯ ว่าเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมของเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2564 คาดว่าเป็นไปได้ที่จะขยายตัวได้ถึง ร้อยละ 1.2 และในปี 2565 อาจจะขยายตัวร้อยละ 3.5-4.5 ซึ่งเรากำลังปรับตัวในหลายๆ เรื่อง อาทิ การสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงและสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงได้ รวมทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรม เป็นต้น โดยที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชนในการประกอบการธุรกิจอยู่เสมอ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา

รัฐบาลไทยก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคเอกชนหลายด้าน ครอบคลุม ทั้งภาคครัวเรือน แรงงาน และผู้ประกอบการ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ-ค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น คนละครึ่ง ยิ่งใช้ยิ่งได้ ม33เรารักกัน เป็นต้น สำหรับ SMEs ก็เน้นมาตรการด้านการเงิน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs อีกด้วย

ในการพูดคุยกันครั้งนี้ มีผู้ประกอบการหลายร้อยบริษัทเข้าร่วม ซึ่งต่างชื่นชมแนวทาง และวิสัยทัศน์ของรัฐบาล โดยพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของโลกอีกด้วย ซึ่งผมได้นำเสนอต่อที่ประชุมในอีกหลายเรื่อง เช่น โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน นโยบายพลังงาน 4D1E ในการขับเคลื่อนภาคพลังงานของประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ รวมทั้งนโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าในการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (electric vehicles : EV) ตลอดห่วงโซ่การผลิต

สิ่งสำคัญที่ผมเห็นว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ความมีเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งนโยบายรัฐบาลที่ไม่เปลี่ยนไปมาจนสร้างความสับสน โดยมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาวที่ชัดเจน เป็นเข็มทิศนำทาง (Roadmap) ให้ทุกภาคส่วนได้มีเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งวันนี้ ผมถือว่าเราตั้งโจทย์ได้ถูกต้อง และเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว ก้าวต่อๆ ไปก็ต้องอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือกันของคนไทยทุกคน ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ ตามหลักคิดที่ว่า "พรุ่งนี้...ต้องดีกว่าเมื่อวาน" นะครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง