posttoday
อีกนานกว่าจะเคาะนอมินี

อีกนานกว่าจะเคาะนอมินี

27 ธันวาคม 2553

วินาทีนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ทักษิณต้องเคาะกะลาให้ดีใจว่าจะเอาใคร ที่เห็นจึงเป็นแค่อาการขยับ ต่อรองอำนาจของกลุ่มก๊วนในพรรค....

วินาทีนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ทักษิณต้องเคาะกะลาให้ดีใจว่าจะเอาใคร ที่เห็นจึงเป็นแค่อาการขยับ ต่อรองอำนาจของกลุ่มก๊วนในพรรค....

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เริ่มเข้าสู่ศักราชใหม่ในปี 2554 ที่จะต้องมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่

พรรครัฐบาลปรับตัวขนานใหญ่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อัดฉีดนโยบายประชาวิวัฒน์ช่วยแรงงานนอกระบบ

ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยก็มีความเคลื่อนไหว สส.ก๊วนใหญ่ต้องการให้พรรคมีความชัดเจนว่าควร ชูใครเป็นนายกรัฐมนตรี โดยต้องการให้ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แข่งกับอภิสิทธิ์ เพื่อให้คนชั้นกลาง “คนกรุง-พลังเงียบ” ที่ไม่ใช่ฐานเสียงหลักของเพื่อไทย มองเพื่อไทยเป็นตัวเลือกในการบริหารประเทศ

รวมถึงเหตุผลสวยหรูว่า ต้องการให้พรรคเป็น “สถาบันการเมือง” ไม่ใช่มาพึ่งพิงแต่ตัวบุคคล กระทบชิ่งตระกูลชินวัตร

สส.ก๊วนมิ่งขวัญ จึงบินไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ดูไบ เพื่อขอประกาศิตนายใหญ่ ให้ชูเป็นนายกรัฐมนตรีจากนี้

ปลดแอกแคนดิเดตจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย วิทยา บุรณศิริ หรือแก๊งนอมินี 111 ที่ไม่มีใครใหญ่เพราะทักษิณใช้สูตรตั้ง “หัวเมือง” ให้คนเหล่านี้ไปปกครอง เหมือนตั้งก๊กเล็กๆ เพื่อถ่วงดุลกันเอง ทุกคนจึงยังมีลุ้นเป็นหัวหน้าพรรคในอนาคต และหมายถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีโอกาสถึง 50%

อีกนานกว่าจะเคาะนอมินี

ตราบใดที่นายใหญ่ยังไม่เคาะ ทุกคนจึงมี ความหวัง ห้วงที่ผ่านมากลุ่มมิ่งขวัญเติบโตพรวดพราด มี สส.ประมาณ 60 คน เพราะปัจจัยที่ “จัดหนัก” ให้ สส.ในกลุ่มตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายปลายปีที่แล้ว

เหตุที่ต้องเร่งอัพตัวเอง เพราะผู้นำก๊วนเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบและเกิดการเปลี่ยนขั้วทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล จึงต้องเตรียมความพร้อมเผื่อจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อวิเคราะห์การเมืองไม่ขาด และทุ่มสรรพกำลังไปแล้ว ก็ต้องทุ่มต่อไปจนถึงการเลือกตั้ง เพราะ สส.ติดใจ และหาก “ปิดท่อ” ก็อาจตีจาก จึงเป็นแรงขับให้บินโร่ไปหา “นายใหญ่” ตั้งแต่หัววันเพื่อขอหลักประกันเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

กระนั้น ในพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า การยุบสภาจะเกิดขึ้นอีกนาน คาดว่า เดือน ต.ค. 2554 เพราะรัฐบาลจะไม่ปล่อยโอกาสทองในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2555 และโยกย้ายข้าราชการในช่วงเกษียณ ต้องกระชับอำนาจครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง จึงยังไม่ใช่ภายใน 4-5 เดือนนี้ ตามที่ อภิสิทธิ์ ประกาศ

ที่สำคัญ พรรคเพื่อไทยเตรียมงานใหญ่ด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาหน้าเริ่ม ม.ค.-พ.ค.ไว้แล้ว ขณะที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ขอยึดซีนผู้นำ อภิปรายเรื่อง 6 ศพวัดปทุมวนารามมาเลี้ยงกระแสพฤษภาเลือด

รัฐบาลจึงต้องผ่านศึกอภิปรายแน่ๆ ซึ่งจะทำให้ยุบสภาไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ และหากอภิปรายเสร็จก็เป็นไปได้ยากที่อภิสิทธิ์จะเลือกยุบสภาทันที เพราะคะแนนนิยมรัฐบาลช่วงนั้นจะตกลงหลังถูกซักฟอก

การบุกไปหาทักษิณแต่เนิ่นๆ จึงเป็นแค่การชิงจังหวะสปีดตัวก่อนหัวหน้าก๊กอื่นในพรรค และทำค่อนข้างครึกโครมผิดปกติ มีการ “แจ้งทราบ” ว่าจะเดินทางไปเมื่อไร พบทักษิณที่ไหน เพื่อให้เห็นว่า กลุ่มมีพลังและมีความพร้อมทุกด้าน

เป็นความพร้อมเพื่อขอให้ทักษิณมอบความเป็น “นอมินี” ตัวจริง

ทว่า กลุ่มที่เหลือในพรรคซึ่งไม่อินังขังขอบกับกลุ่ม “เพื่อนมิ่ง” ไม่เชื่อว่าทักษิณจะมีคำตอบทันทีว่าจะให้มิ่งขวัญเป็นหัวหน้าพรรคเพราะยังไม่ถึงเวลา ยังไม่ใกล้เลือกตั้ง และเชื่อว่าทักษิณมีคนในใจ เช่น “วีรพงษ์ รามางกูร” ที่มีการต่อสายไว้แล้วให้เตรียมพร้อมสำหรับงานใหญ่ ขณะที่วีรพงษ์ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ขอดูสถานการณ์การเมืองช่วงนั้นอีกครั้ง

แม้ว่ามิ่งขวัญจะมีแบ็กดีอย่าง พายัพ ชินวัตร น้องชายนายใหญ่ แต่นายใหญ่กับน้องชายก็ใช่ว่าจะคิดตรงกันทุกเรื่อง

ครั้งหนึ่ง ทักษิณเคยหัวเราะเยาะ “ผู้นำก๊ก” บางคน จนแอบเอาไปเมาท์ให้แกนนำก๊กอื่นฟังว่า “เขาโทร.มาหาผม เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้นานเป็นครึ่งชั่วโมง”

ในสถานการณ์ที่นับถอยหลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ก๊กต่างๆ ในพรรคเพื่อไทยแย่งชิงอำนาจเข้มข้นขึ้นเพื่อหวังจะมีตำแหน่งในรัฐบาลเพื่อไทยในอนาคต

แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยก็ยังสะท้อนว่า เป็นพรรคที่ก้าวข้ามพ้นทักษิณไม่ได้ เพราะทักษิณคือสินทรัพย์ทุกอย่าง เป็นทั้งเจ้าของสถานที่พรรค ท่อน้ำเลี้ยง ค่ากิจกรรม และเป็นสินทรัพย์ทางปัญญา คิดเรื่องนโยบาย และสัญลักษณ์ใช้ซื้อใจประชาชน

แม้พรรคเพื่อไทยจะเผชิญปัญหาความไม่เป็นเอกภาพมาตลอด 2 ปี สส.ทะเลาะ แทงข้างหลัง ไม่จริงใจต่อกัน แต่นี่กลับเป็นสิ่งที่ทักษิณต้องการคือ “ไม่เป็นระบบแบบพอดี” คือ “ระบบที่ดีสำหรับเพื่อไทย” เพื่อให้ผู้นำทุกกลุ่มได้มีความหวังในการอยู่พรรคเพื่อไทย เพราะอาจได้ตำแหน่งใน ครม.ใหม่หากพรรคได้เป็นรัฐบาล ดังนั้นหากทักษิณตัดสินใจให้ใครเด็ดขาดในสถานการณ์ที่ยังไม่สุกงอม ก็จะทำให้พรรคแตกก่อนทำศึกใหญ่เลือกตั้ง

อีกทั้ง ยุทธวิธี 1 ระบบ 2 ขา คือ พรรคเพื่อไทย และกองกำลังเสื้อแดง ผนึกกำลังเปลี่ยนประเทศ ตั้งรัฐบาลสีแดง ตราบใดที่ทักษิณยังคุมขบวนการเสื้อแดงได้ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ต้องห่วงเรื่องฐานเสียง

เพียงแต่ขออย่าให้ สส.ไหลออกจากพรรคไปเสริมความเข้มแข็งให้ฝ่ายตรงข้ามก็พอ

สิ่งที่ สส.ต้องการมากที่สุด คือ เงินจากนายใหญ่ ทักษิณรู้ว่า “ศพ–เสื้อแดง-นโยบาย-น้ำเลี้ยง” เป็นตัวหล่อเลี้ยงคะแนน จึงไม่ห่วงโดยเฉพาะในพื้นที่แดงเข้มเช่น ภาคอีสาน และภาคเหนือ ที่ไม่ต้องทำอะไรมาก

ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งในการตรวจสอบรัฐบาล โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเพลี่ยงพล้ำในยุทธวิธีหลายครั้งที่มีท่าทีกลับไปกลับมาทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับพรรคเพื่อไทย เพราะทักษิณถือว่ายังมีอีกขา คือ ขบวนการเสื้อแดงคอยพยุงพรรคเพื่อไทยไว้

วินาทีนี้ จึงไม่ใช่ช่วงเวลาที่ทักษิณต้องเคาะกะลาให้ดีใจว่าจะเอาใคร ที่เห็นจึงเป็นแค่อาการขยับ ต่อรองอำนาจของกลุ่มก๊วนในพรรค

ไว้ใกล้ได้กลิ่นยุบสภาจริงๆ ก่อนถึงจะรู้ว่า ทักษิณจะเลือกใครเป็น “นอมินี”

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน