
ความสำคัญภาคสังคมปิดจุดอ่อนขับเคลื่อนงานสุขภาพ
วงเสวนาย้ำ ความสำคัญภาคสังคม ช่วยปิดจุดอ่อนขับเคลื่อนงานสุขภาพ ที่รัฐเข้าไม่ถึง วางอนาคตสู่สังคมใหม่ต้องพัฒนาตัวเอง ทำงานเชื่อมโยงทุกมิติ
ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) เปิดเวทีเสวนา “ความท้าทายของการสร้างเสริมสุขภาพในยุคสังคมใหม่ NEW Society “
นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผอ.สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ภาคประชาสังคมมีส่วนสำคัญมากในการขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ โดยเข้ามาเสริมในส่วนที่ภาคเอกชน หรือรัฐเข้าไม่ถึง ซึ่งในช่วงการระบาดของโรคโควิด -19 นั้นเห็นชัด เพราะมีบางเรื่องที่รัฐมีข้อจำกัดในการเข้าถึงคนบางกลุ่ม ทำให้ภาคประชาสังคมลุกขึ้นมาทำแทน อย่างไรก็ตามความ ท้าทายการทำงานด้านสุขภาพของประชาสังคมมี 3 ส่วนคือ 1.การแทรกแซงของอุตสาหกรรม และมุมมองสิทธิ เสรีภาพ ส่วนบุคคล 2. การจำกัดอยู่ในประเด็นสุขภาพและคุณธรรม เช่นเรื่องแอลกอฮอล์ ที่ยังค่อนข้างแคบ เรื่องการติดเหล้า -ตับแข็ง แต่ไม่ได้ขยายไปด้านอื่นมากนัก เช่นความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และ 3. ภาวะรัฐเป็นใหญ่ (authoritarian) ความลึกของอิทธิพลอุตสาหกรรม พื้นที่การมีส่วนร่วมจำกัด ความหลากหลายของภาคประชาสังคม
“การเชื่อมพลังของภาคประชาชนคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ แต่ในส่วนของประเทศไทยยกตัวอย่างการขับเคลื่อนเรื่องแอลกอฮอล์ ใช้พลังสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เชื่อมพลังของประชาชนซึ่งทำงานได้ดี แต่ยังมีข้อจำกัด ดังนั้นจึงต้องทำให้เกิดขบวนการ การสร้างเสริมพลัง ขับเคลื่อนไปข้างหน้า และหยั่งราก การสร้างสถาบัน พัฒนาศักยภาพองค์รวม ขยายเครือข่ายอย่างมียุทธศาสตร์ และยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของภาคประชาสังคม ความหลากหลาย ความเป็นตัวแทน ความชอบธรรม และความเชื่อมโยง เป็นต้น” นพ.ทักษพล กล่าว
ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย ผอ.ศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการควบคุมยาสูบ กล่าวว่า จะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนในสังคมใหม่หลังโควิด ซึ่งเราต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และการใช้เทคโนโลยี ที่นำไปสู่การพัฒนาประเทศให้พึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว ทั้งนี้ TDRI ได้มีการวิเคราะห์และเสนอว่าในทุกนโยบายต้องพูดถึงและให้ความสำคัญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ ต้องมีการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในทุกระดับ มีการปฏิรูประบบคุ้มครองทางสังคม พัฒนาเทคโนโลยีที่เอื้อต่อรากหญ้า บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือราคาต่ำ ปรับระบบราชการให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้น ป้องกันการผูกขาดและคอรัปชั่น ยกระดับธรรมาภิบาล ปรับทัศนคติทางสังคม โดยเฉพาะอำนาจนิยม ส่งเสริมประชาธิปไตยและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและชุมชน อีกเรื่องสำคัญในภาวะสังคมแบ่งขั้วภาคประชาชนเราควรเข้ามาช่วยเสริมและเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างวัย เรื่องเฟคนิวส์ ปัญหาการบูลลี่ และต่อสู้ให้รัฐแก้ปัญหาในเชิงระบบเรื่องการดูแลสุขภาพ ค่าครองชีพ ประชาธิปไตย แยกรัฐออกจากอิทธิพลระบบทุนผูกขาด การผลิตควรมีการกระจาย ไม่ผูกขาด และนิเวศวิทยา การพัฒนาเชิงพื้นที่ การเมืองในที่สาธารณะ เป็นต้น
ขณะที่ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย กล่าวว่า แนวทางแก้ไขต้องทำหลายเรื่องคือ การแก้ไขเชิงระบบ โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน เช่นสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเมืองกับชนบทตั้งตลาดที่สองฝ่ายได้ประโยชน์ เป็นต้น เรื่องอาหารการพึ่งพาตัวเองด้านสุขภาพ เรื่องการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องช่วยกันต่อยอดเรื่องรัฐสวัสดิการ ผลักดันเกษตรยั่งยืน 100% ในปี 2573 เรื่องการสร้างความเป็นองค์กรให้เป็นที่น่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับ และการยึดหลักคิด หลักการทำงานที่แน่วแน่เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองได้ทุกฝ่าย โดยไม่ปฏิเสธความแตกต่าง แต่ยังต้องยึดกุมหัวใจหลักสำคัญเอาไว้ เช่น ยึดหลักประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การสร้างความเท่าเทียมทางด้านสุขภาพ เป็นต้น







