
ศบค.ห่วงเชียงใหม่พบคลัสเตอร์ต่อเนื่อง สั่งยกระดับคุมเข้ม ห้ามดื่มในร้าน
ศบค. เผย แนวโน้มการติดเชื้อภาพรวมประเทศมีทิศทางลดลงต่อเนื่องทุกพื้นที่ ห่วงเชียงใหม่ ยังพบคลัสเตอร์ต่อเนื่อง สั่งยกระดับคุมเข้มห้ามดื่มในร้าน-ขายสุราไม่เกิน 3 ทุ่ม
เมื่อวันที่ 3 พ.ย.64 พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประจำวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
-ผู้ป่วยรายใหม่ 7,679 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 6,864 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 272 ราย จากเรือนจำ 536 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 1,935,442 ราย อยู่อันดับที่ 24 ของโลก
-ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 56 ราย / ยอดสะสม 19,394 ราย เป็นชาย28 ราย หญิง 28 ราย อายุระหว่าง37-94 ปี เป็นชาวไทย 53 รายเมียนมา 2 ราย ไม่ระบุ 1 ราย โดย อายุ 60 ปี ขึ้นไป 42 ราย อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 11 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 3 ราย จังหวัดภาคใต้ เสียชีวิตรวมกันสูงสุด 16 ราย ปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน HPL โรคไต โรคอ้วน ติดเตียง ส่วนปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ติดเชื้อในพื้นที่ คนรู้จัก ครอบครัว อาศัยในพื้นที่ระบาด และอาชีพเสี่ยง
-ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น8,482ราย ยอดสะสม 1,818,463 ราย เหลือผู้ป่วยรักษาอยู่ 97,585 ราย ในจำนวนนี้มีอาการหนัก2,205ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 483 ราย
-ยอดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 จนถึง 3 พ.ย.64 พบว่า มียอดฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 77,014,092 โดส แยกเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 42,815,600ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 31,730,365 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 2,468,127 ราย เฉพาะวันที่ 2 พย. 64 ฉีดวัคซีนยอดรวม 787,976 ราย
-จํานวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่ วันนี้ 10 จังหวัดอันดับแรก 1.กรุงเทพมหานคร 772 ราย 2.ปัตตานี 484 ราย 3.สงขลา 454 ราย 4.ยะลา 326 ราย 5.ชลบุรี 324 ราย 6.เชียงใหม่ 322 ราย 7.ตรัง 249 ราย 8.สมุทรปราการ 242 ราย 9.นราธิวาส 207 ราย และ 10.นครศรีธรรมราช 196 ราย
-แนวโน้มการติดเชื้อภาพรวมประเทศมีทิศทางลดลงต่อเนื่องทุกพื้นที่ รวมถึงสัดส่วนในต่างจังหวัด ร้อยละ 62 ภาคใต้ ร้อยละ 20 กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร้อยละ 18 ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ทิศทางลดลง แต่จำแนกรายจังหวัด พบว่า จ.ปัตตานี ยังทรงตัวอยู่ ต้องเฝ้าระวังและเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยง
-จ.ชลบุรี พบการติดเชื้อคลัสเตอร์ทหารเกณฑ์ กองทัพเรือ 30 ราย จ.เชียงใหม่ คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง 17 ราย ศูนย์พัฒนาสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ 8 ราย การตรวจเชิงรุกในชุมชน 35 ราย นอกจากนี้ ยังมี จ.แม่ฮ่องสอน คลัสเตอร์งานศพ หอพักนักเรียน ส่วนคลัสเตอร์เรือนจำ พบใน สุรินทร์ ขอนแก่น กรุงเทพฯ รวมถึงพบการติดเชื้อในผู้ลักลอบข้ามแดนมา จ.จันทบุรี 4 รายขอเน้นย้ำว่า การติดเชื้อในคลัสเตอร์ต่างๆ ประชาชนจึงต้องเข้มงวดมาตรการส่วนบุคคล และฉีดวัคซีน
-ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ที่อำเภอแม่ริม อำเภอเมือง อำเภอแม่แตงและอำเภอดอยเต่า โดยทางกระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ความพร้อมในพื้นที่ พบว่า การติดเชื้อเป็นลักษณะวงกว้าง ระบาดในระดับชุมชนไปสู่ครอบครัวและตลาดสด ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ซึ่งตลาดที่ต้องเฝ้าระวังมี 4 แห่ง คือ ตลาดเมืองใหม่ ตลาดวโรรส ตลาดประตูเชียงใหม่ และตลาดสันป่าข่อย จึงได้กำหนดมาตรการให้ผู้ประกอบการในตลาดและผู้ที่จะเข้าใช้บริการต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เข้มงวดการจัดสถานที่ ลดความแออัดและให้ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมมากที่สุด
-จังหวัดเชียงใหม่ได้เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกวันละ 3,000-5,000 รายต่อวัน และตั้งจุดตรวจคัดกรองสี่มุมเมือง และปรับมาตรการให้เข้มงวด งดดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าและภัตตาคาร และจำกัดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่ม ไม่ให้จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อหลังเวลา 21.00 น. ซึ่งถือว่าเข้มกว่ามาตรการนำร่องพื้นที่ท่องเที่ยวและเน้นประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการในพื้นที่เข้าสู่ระบบ SHA+ เพื่อการควบคุมโรคและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป







