
ศบค.จัดทีมเชิงรุกช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารเข้ามาตรฐาน SHA
ศบค.ชุดเล็ก ถกภาคเอกชน แจงแผนเปิดประเทศ เร่งทำความเข้าใจผู้ประกอบการให้ได้มาตรฐาน SHA โดยเร็ว ลั่นดื่มแอลกอฮอล์แค่ 3 ทุ่ม ต้องทำได้จริงไม่มีอะลุ่มอล่วย ฝ่าฝืนใช้กฎหมายจัดการ
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 64 พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาฯ สมช.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เป็นประธานประชุมร่วมกับภาคเอกชน เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการเปิดประเทศ และสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายเปิดประเทศ โดยมีภาคเอกชนและตัวแทนหน่วยงานรัฐ เข้าร่วม อาทิ สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมผู้ค้าปลีก สมาคมสปาไทย สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ สมาคมศูนย์การค้าไทย
พล.อ.สุพจน์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ผลการประชุมสำเร็จได้ด้วยดี วันนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อคิดและข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้การเปิดประเทศเป็นไปอย่างเรียบร้อยและประชาชนปลอดภัย เศรษฐกิจเดินต่อไปได้
พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ปัญหาที่พบเมื่อวันที่ 1 พ.ย. เป็นในส่วนของขั้นตอนที่เล็กน้อย คือปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังน้อย อะไรที่ขาดวันนี้ก็ได้สั่งการเพิ่มเติมไปแล้วเพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังพบกลุ่มบุคคลเปิดเว็บไซต์เลียนแบบเว็บไซต์ของทางราชการ เราจะแก้ไขอย่างเร่งด่วนโดยจะเข้าไปตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกันภาครัฐจะพยายามสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางสื่อสารหลักของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความสะดวกและเป็นทางการ
พล.อ.สุพจน์ กล่าวด้วยว่า อีกเรื่องหนึ่งคือการผ่อนคลายมาตรการที่ร้านอาหารต่างๆ ต้องการทราบถึงมาตรฐานที่ทาง กทม.และกระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดกำหนดวันนี้ได้มีการแก้ไขด้วยการจัดทีมเชิงรุกไปสร้างความเข้าใจให้ร้านอาหารและสถานประกอบการทั่วไปที่ยังไม่มี มาตรฐานสาธารณสุขหรือ SHA ให้มีมาตรฐานดังกล่าว รวมถึงส่วนที่มีมาตฐาน SHA อยู่แล้ว ก็ให้เพิ่มความเร่งด่วนในการสร้างมาตรฐานให้เป็น SHA Plus
ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดในร้านจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กทม. ที่เป็นพื้นที่ ที่ ศปก.ศบค. ห่วงใยมากที่สุด รวมทั้งจังหวัดนำร่องอื่นที่เราประกาศเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเราจัดทีมเชิงรุกจำนวนมากเข้าไปจัดการ ทั้งเรื่องของวัคซีนเพื่อให้เป็น SHA Plus
เมื่อถามว่ามีเป้าหมายเปิดกิจกรรมกิจการที่ได้รับมาตรฐาน SHA เพิ่มอีกเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เหมือนมีจำนวนน้อยอยู่ ผู้ประกอบการเองก็ต้องการได้รับมาตรฐานดังกล่าวมากขึ้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ขณะนี้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพื้นที่ของ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายเร่งด่วนสูงสุดไปเร่งกำหนดเส้นมาตฐานเพื่อกำหนดให้ชัดเจนว่า ศปก.ศบค.จะเร่งรัดอย่างไรได้โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยอมรับว่ากิจการที่ได้รับมาตฐาน SHA ในพื้นที่ กทม.ยังน้อยอยู่เราจะเร่งพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนร้านอาหารที่ยังไม่ได้รับมาตฐาน sha เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปแนะนำการพัฒนาเพื่อให้ได้รับมาตรฐานต่อไป
เมื่อถามว่าข้อกำกัดอนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 21.00 น.โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. จะสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า “ต้องทำได้จริง แต่อาจจะยังมีความไม่เข้าใจ อาจจะมีความต้องการ แต่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมดจะต้องเข้าไปขอความร่วมมือให้ช่วยกันทำให้ได้เพราะถ้าทำไม่ได้แล้วเราควบคุมไม่ได้อาจทำให้เกิดปัญหา เกิดความเสียหายเช่นเดิมอีก ดังนั้นต้องพยายามทำให้ได้โดยอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจถึงความจำเป็น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่อะลุ่มอล่วย ถ้าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบตรวจพบ ครั้งแรกคงต้องเตือนก่อนในเบื้องต้น และถ้ายังไม่เชื่อฟังก็คงต้องใช้กฎหมายเข้าไปดำเนินการ”
พล.อ.สุพจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายการเปิดประเทศ ศปก.ศบค.ดูในสองประเด็นคือ ในส่วนของประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขได้ดีแค่ไหนโดยจะต้องป้องกันตัวเองตามมาตรการสาธารณสุข โดยเฉพาะการดำเนินกิจกรรมที่เราผ่อนคลายต้องทำด้วยความระมัดระวัง ในส่วนที่เป็นกิจการหรือกิจกรรมต้องใช้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของโควิดฟรีเซ็ตติ่ง สถานที่ทุกอย่างต้องพร้อม พนักงานต้องได้รับวัคซีน เพื่อให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ
โดยปกติ ศปก.ศบค.จะประเมินสถานการณ์ในทุก 2 วันอยู่แล้วและมีการรายงานทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ แต่ในภาพใหญ่เรากำหนดระยะเวลา 15 วันในการประเมิน เพื่อพิจารณาดูว่าหลังเปิดในลักษณะนี้แล้วสถานการณ์ในแต่ละด้านเป็นอย่างไร ทีมของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว กระทรวงมหาดไทย จะช่วยกันพิจารณาดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปด้วยดีได้รับความร่วมมืออย่างดีมาตรการต่างๆก็จะค่อยๆ ผ่อนคลายลงตามระยะไปเรื่อยๆ
"วันนี้พูดได้ว่าภายใน 15 วันถ้ามาตรการต่างๆได้รับการสนองและร่วมมือเป็นอย่างดีเราก็อาจจมีข่าวดีว่ามาตรการที่หลายคนอยากให้ผ่อนคลายจะได้รับการตอบสนอง ยกเว้นในส่วนของผับบาร์เรายังไม่เปิด โดยเราใช้หลักเกณฑ์หลายปัจจัยในการพิจารณา ทั้งจำนวนคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้ได้รับวัคซีน ซึ่งขณะนี้ทำได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ รวมถึงอัตตราการครองเตียงของผู้ติดเชื้อ และขีดความสามารถด้านสาธารณสุขทั้งหมด"พล.อ.สุพจน์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีข่าวดีให้กับสถานบันเทิงผับบาร์ได้เมื่อไร่ ผอ.ศปก.ศบค. ตอบว่า กลางเดือน พ.ย.นี้จะมีการประเมินกันอีกครั้งว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งมีความพร้อมเรื่องมาตฐานสาธารณสุขเป็นความเร่งด่วนแรก ส่วนพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศเรามีการประเมินอยู่ตลอดอยู่แล้ว สรุปหากสถานการณ์ในพื้นที่ใดดีและมีความพร้อมเราก็จะทยอยเปิดเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว โดยระบบต่างๆ จะถูกประเมินตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ พล.อ.สุพจน์ ยังกล่าวถึงการแพร่ระบาดโควิดในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชในปัจจุบันว่า สถานการณ์ข้อนข้างดีขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมาเล็กน้อย รวมถึงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น มีเพียง จ.นราธิวาสที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลด







