posttoday
ศาลฎีกาฯนัดตรวจหลักฐาน"อดีตรองเลขาป.ป.ช." ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ 24 ธ.ค.

ศาลฎีกาฯนัดตรวจหลักฐาน"อดีตรองเลขาป.ป.ช." ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ 24 ธ.ค.

29 ตุลาคม 2564

"ประหยัด พวงจำปา" อดีตรองเลขา ฯ ป.ป.ช. ยืนยันให้การปฏิเสธ คดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ฯ ป.ป.ช.ชี้มูลปกปิดที่มาทรัพย์กว่า 200 ล้าน ศาลฎีกานักการเมือง นัดตรวจหลักฐาน 24 ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 29 ตค. 64 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา ฯ ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาครั้งแรก (สอบคำให้การจำเลย) ในคดีที่อัยการสูงสุด โจทก์ ยื่นฟ้อง นายประหยัด พวงจำปา จำเลย ในคดีหมายเลขดำ อม.1/2564 ความผิดฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ

โดยวันนี้ โจทก์ จำเลย และทนายจําเลยมาศาล

ขณะที่ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วจำเลยยืนยันให้การปฏิเสธตามคำให้การฉบับลงวันที่ 30 เม.ย.64 พร้อมกับยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยภายใน 45 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง โดยศาลอนุญาตให้จำเลยแก้ไขคําให้การได้ภายใน 30 วันนับแต่วันนี้

ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 30 เม.ย.64 และฉบับลงวันที่ 19 ส.ค.64 ขอให้สั่งอนุญาตให้จำเลยปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 จึงให้ยกคำร้องทั้งสองฉบับของจำเลย

โดยศาลกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานคดีใน วันที่ 24 ธ.ค.64 เวลา 09.30 น. ทั้งนี้เพื่อให้การตรวจพยานหลักฐานสะดวกรวดเร็วและคู่ความมีโอกาสตรวจสอบพยานหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่งก่อน จึงให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานส่งต้นฉบับพยานเอกสารและพยานวัตถุต่อศาลก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 14 วันเพื่อให้อีกฝ่ายตรวจสอบ จากนั้นให้คู่ความยื่นคำแถลงแนวทางการเสนอพยานหลักฐานของฝ่ายตนและข้อโต้แย้งพยานหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่ง (หากมี) ต่อศาลก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 7 วัน หากพยานเอกสารหรือพยานวัตถุใดอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกให้คู่ความที่ประสงค์จะอ้างอิงขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานดังกล่าวมาจากผู้ที่ครอบครอง โดยยื่นคำขอต่อศาลพร้อมกับการยื่นบัญชีระบุพยานเพื่อให้ได้พยานหลักฐานนั้นมาก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 14 วันด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติวันที่ 15 ส.ค.62 ชี้มูลความผิดนายประหยัด กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ม.ค.60 โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแหล่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จำนวน 6 รายการ รวมวงเงิน 227,393,103 บาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท