
เชียงใหม่พบ“อัลฟาพลัส”2รายผู้ต้องขังป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง
เชียงใหม่-สสจ.เชียงใหม่แจงตรวจพบสายพันธุ์โควิด “อัลฟาพลัส”2รายจากผู้ต้องขังป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง
นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟาพลัส ซึ่งในพบในผู้ต้องขัง 2ราย เรือนจำกลางเชียงใหม่ ผู้ต้องขังรายแรกที่ทำให้เกิดการติดเชื้ออีกครั้ง เป็นผู้ต้องขังที่เคยติดเชื้อเดิมในช่วงเดือนพฤษภาคม64 หลังจากที่ได้รักษาจนอาการดีขึ้นก็ถูกให้กลับไปใช้ชีวิตเดิมในเรือนจำ ประเด็นก็คือ ผู้ติดเชื้อคนนี้มีโรคประจำตัว เป็นภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยหลักฐานทางวิชาการอื่นๆก็จะพบว่า ในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโอกาสที่จะกำจัดเชื้อได้อาจจะไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนผู้ติดเชื้อที่แข็งแรง ทำให้ผู้ติดเชื้อรายนี้มีอาการแย่ลงอีกครั้ง ผ่านไป 2-3 เดือน ในช่วงประมาณเดือนกันยายนผู้ที่ติดเชื้อคนนี้มีอาการทางเดินหายใจกลับมาอีกครั้ง ร่วมกับ มีอาการติดเชื้อและก็ตรวจพบวัณโรคปอดร่วมด้วย
ระหว่างที่ได้มีการดูแลผู้ติดเชื้อรายนี้อีกครั้ง พบว่า มีผู้ต้องขังที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อรายนี้ที่เป็นผู้ช่วยเหลือดูแลในแดนที่เป็นสถานพยาบาลของเรือนจำ มีการติดเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งทางแนวทางของทางจังหวัดจะมีการส่งตรวจเพื่อหาสารพันธุกรรมแบบละเอียดในกลุ่มที่มีการติดเชื้อ ในกรณีที่มีการติดเชื้อลักษณะของการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งผลการตรวจ เบื้องต้นพบว่า เป็นสายพันธุ์อัลฟา ก็คือ เชื้อตัวเดิมกับที่เคยมีการระบาดมาในช่วงเดือนพฤษภาคม2564 หากแต่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 เชียงใหม่ ได้มีการส่งตัวอย่างเพื่อไปตรวจละเอียด เรียกว่า การตรวจหาสายพันธุ์ทั้งเส้นทั้งสาย หรือ Whole Genome Sequencing (WGS) ซึ่งผลการตรวจ Whole Genome Sequencing (WGS) พบว่า มีตำแหน่งกลายพันธุ์บนเชื้อที่เป็นสายพันธุ์อัลฟา (เดิม) ในตำแหน่ง E484K จึงมีการเรียกชื่อแบบง่ายๆ ว่า “อัลฟาพลัส” ซึ่งก็คือ มีตำแหน่งกลายพันธุ์ในบางส่วนของยีนส์
จากการสอบสวนโรคได้พบว่า ผู้ติดเชื้อในกลุ่มนี้ที่ได้มีการตรวจพบอัลฟาพลัส ซึ่งมีเพียง 2 ราย ไม่ได้มีประวัติเดินทาง หรือว่า ไปสัมผัสกับผู้ติดเชื้อที่อื่น หลักๆ ก็คือ เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อที่ผู้ติดเชื้อที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่สามารถจะกำจัดเชื้อออกไปได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ก็อาจจะมีการติดเชื้อที่เรื้อรังและยาวนานกว่าผู้อื่น เพราะฉะนั้นก็เลยมีตำแหน่งที่เกิดการกลายพันธุ์เกิดขึ้นซึ่งมีการตรวจเจอในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ส่วนการดำเนินการตรวจเพื่อหาสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ได้มีการตรวจอย่างต่อเนื่อง มีการส่งตรวจตามแนวทางที่ทางกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้วางไว้ และสายพันธุ์ที่พบในช่วงนี้ก็ยังคงเป็นสายพันธุ์เดลต้าเท่านั้น ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่พบระบาดในทุกพื้นที่ในประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีการกลายพันธุ์หรือว่าตรวจพบสายพันธุ์ที่เป็นเดลต้าพลัส ที่กำลังกังวลกันอยู่
ทั้งนี้มีการเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด จึงขอแจ้งข้อมูลให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงที่มาที่ไปจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล แต่เราก็ยังคงติดตามแล้วก็เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น หรือตรวจเจอการกลายพันธุ์ หรือว่าลักษณะที่จะมีผลในการที่จะต้องวางแผนอะไรเพิ่มเติม ก็จะรายงานข้อมูลให้ทราบทันที ที่สำคัญทุกคนยังคงต้องช่วยกันในการป้องกันตัวเอง เพราะในช่วงนี้จังหวัดเชียงใหม่ก็ยังคงมีการระบาดต่อเนื่อง ฉะนั้นมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเว้นระยะห่าง การใส่หน้ากาก การล้างมือ หรือที่เราเรียกว่าเป็น “Universal prevention" การป้องกันแบบครอบจักรวาล ก็ยังต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคนในการควบคุมอย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะลดการแพร่ระบาดในจังหวัดเชียงใหม่ให้ได้ถ้าทุกคนช่วยกันสถานการณ์ก็ไม่น่ากังวล.







