
ตั้งทีมสอบ‘ศุลกากร’งาช้างของกลางหาย
อธิบดีศุลกากรสั่งสอบสวนแจ้งความ สน.ราชาเทวะ หลังงาช้างและนอแรดที่ยึดไว้กว่าร้อยกิ่งหายไร้ร่องรอย
อธิบดีศุลกากรสั่งสอบสวนแจ้งความ สน.ราชาเทวะ หลังงาช้างและนอแรดที่ยึดไว้กว่าร้อยกิ่งหายไร้ร่องรอย
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีงาช้างและนอแรด ซึ่งเป็นของกลางที่จับได้จากการลักลอบนำเข้าที่สนามบินสุวรรณภูมิหายไป พร้อมแจ้งความดำเนินคดีไว้กับสถานีตำรวจราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ แล้ว
นายประสงค์ กล่าวว่า เมื่อการสืบสวนความผิดเสร็จสิ้น พบว่ามีข้าราชการกรมศุลกากรเกี่ยวข้อง จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยขึ้นอีก 1 ชุด
ทั้งนี้ ปัญหาของกลางชิ้นสำคัญหายที่สนามสุวรรณภูมิเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือน ส.ค. 2553 โดยงาช้าและนอแรดที่ยึดได้ถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของกลางที่ด่านศุลกากร ซึ่งล็อกไว้อย่างแน่นหนา ก่อนถูกโจรกรรมออกไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้น มีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป แต่สุดท้ายฝ่ายปราบปรามของกรมศุลกากรก็ได้เข้าไปตรวจสอบจนพบพิรุธ
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กรมศุลกากรจับกุมงาช้างจำนวน 117 กิ่ง น้ำหนักเกือบ 1 ตัว พร้อมด้วยนอแรดอีก 1 นอ มูลค่าของกลางประมาณ 40 ล้านบาท โดยมีนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากรในขณะนั้นเป็นผู้เปิดแถลงข่าวใหญ่
ขณะที่จำนวนงาช้างที่ยึดได้ตลอด 1 ปีที่ผ่านมามีถึง 652 กิ่ง มูลค่า 230 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้าจากประเทศในแถบทวีปแอฟริกา เพื่อนำไปขายต่อยังประเทศจีน
นายประสงค์ กล่าวว่า มาตรการแก้ปัญหาของกลางที่เกี่ยวกับสัตว์หายากนั้น จะต้องประสานงานให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามารับของกลางไปเก็บเอง แทนที่จะให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านสุวรรณภูมิเป็นผู้เก็บเอาไว้
ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (ไซเตส) พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ระบุเพียงความผิดและโทษในการลักลอบค้าสัตว์ป่า แต่ไม่ได้ระบุเรื่องการเก็บรักษาของกลาง
ด้าน พล.ต.ต.กิตติ รอดบางยา ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่กรมศุลกากรแจ้งความของกลางหายเอาไว้ เพราะเพิ่งมารับตำแหน่งไม่นาน







