posttoday
หน้าที่ที่รัฐมีต่อประชาชน

หน้าที่ที่รัฐมีต่อประชาชน

23 ธันวาคม 2553

...ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์

รัฐบาลขณะนี้กำลังลด แลก แจก แถมกันขนานใหญ่ ซึ่งคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง เรียกว่า “ประชาวิวัฒน์” เพื่อให้ดูแตกต่างจากโครงการ “ประชานิยม” สมัยคุณทักษิณ นายกรัฐมนตรี เรียกว่าเป็น “ระบบสวัสดิการ” ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่รัฐบาลเป็นส่วนหนึ่งของรัฐต้องทำ นอกจากสร้าง “ความมั่นคงของรัฐ” แล้ว “ความมั่นคงของประชาชน” เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน

ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยเขียนบทความชื่อ “จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน” เมื่อปี 2516 สะท้อนความต้องการของประชาชนคนหนึ่งว่า ตั้งแต่จุติมาในครรภ์ของมารดา จนกระทั่งถึงเวลาที่จากโลกนี้ไป เขาต้องการให้รัฐดูแลอะไรให้บ้าง ซึ่งประชาชนไม่ได้ขอฟรี แต่พร้อมตอบแทนแก่รัฐด้วยการเสียภาษีและปฏิบัติตามกฎหมายในฐานะพลเมืองดี

รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ “ความหวังพื้นฐาน” ของประชาชนเป็นจริง เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตอย่างมั่นคง ปลอดภัย มีความสุขตามควรแก่อัตภาพตั้งแต่เกิดจนตาย บัดนี้ 37 ปีผ่านไป ความต้องการพื้นฐานของประชาชนไทยได้รับการตอบสนองจากรัฐดีขึ้น แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่รัฐต้องทำต่อไป วันนี้ หญิงตั้งครรภ์สามารถเข้าไปฝากครรภ์ต่อผดุงครรภ์ตามอำเภอ หรือต่อแพทย์ตามโรงพยาบาลรัฐได้ ซึ่งจะได้รับคำแนะนำ ดูแลอย่างดี เมื่อเด็กเกิดมา ก็สามารถพาลูกไปรับวัคซีนที่จำเป็นตามกำหนด

พอโตขึ้น พ่อแม่ส่งลูกเข้าศูนย์เด็กเล็กประจำหมู่บ้าน ซึ่งรัฐบาลเตรียมขยายให้มีทุกตำบล เด็กเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาล ประถม มัธยมในโรงเรียนรัฐฟรี 15 ปี พร้อมได้รับแจกหนังสือเรียน สมุดเรียน เครื่องแต่งตัวนักเรียนฟรี ได้กินนมฟรี บางแห่งจัดข้าวกลางวันให้กินฟรีด้วยซ้ำ ในช่วงนี้ รัฐต้องสร้างเด็กให้เป็น “คนดี” ที่มีความกตัญญูรู้คุณ ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม รักชาติบ้านเมือง ส่วนการสร้างเด็กเก่งนั้นตามมาทีหลัง สำหรับเด็กที่เตรียมเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย รัฐบาลจัดคิวผ่านโทรทัศน์ให้ฟรี

พอถึงระดับมหาวิทยาลัยซึ่งพ้นระยะเรียนฟรี เด็กไทยทุกคนมีสิทธิศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้เท่าเทียมกัน อย่างน้อยในมหาวิทยาลัยเปิด เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏ เด็กยากจนสามารถขอทุนหรือกู้ยืมเงินเรียนก่อนแล้วค่อยผ่อนใช้เมื่อทำงานแล้ว เมื่อจบแล้ว พวกเขาต้องมีงานทำตามความรู้ความสามารถและความเหมาะสม และมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนของรัฐเพื่อกู้ยืมไปประกอบอาชีพส่วนตัว

เมื่อทำงาน คนไทยควรได้รับสวัสดิการดีพอสมควรเพื่อให้ชีวิตของพวกเขามีความมั่นคงทั้งช่วงวัยทำงานและหลังเกษียณ คนไทยควรมีโอกาสมีบ้านหลังแรก คนที่ทำงานโดยเฉพาะแรงงานนอกระบบต้องมีรายได้และเงินเก็บพอสมควรเพื่อสร้างหลักประกันให้กับครอบครัว และเมื่อเขาตายไป เขาควรมีหลักประกันให้กับลูกหลานเขาด้วย รัฐบาลมุ่งลดปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการโอนหนี้เข้าธนาคารรัฐโดยเสียดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้โอกาสคนเหล่านี้ในการปลดหนี้

ที่น่าสนใจคือ ธนาคารไม่ค่อยมีหนี้เสียจากคนจน ชาวนาชาวไร่ชาวสวนต้องมีที่ดินทำกินของตนเองพอเพียงในการดำรงชีพ และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของรัฐ เช่น กองทุนหมู่บ้าน รัฐบาลต้องประกันราคาผลิตผลเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตของพวกเขา ที่เขาจะมีรายได้พอเพียงในการดำรงชีพอย่างสบายพอควร เช่นเดียวกับเกษตรกรในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

คนไทยต้องเข้าถึงอาหารและสินค้าที่สะอาด ปลอดภัย ราคาไม่แพงเกินไป และไม่ขาดตลาดคนไทยต้องมีข้าวกินทุกมื้อ เด็กเล็กมีนมกินทุกวัน ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่ถูกต้อง คนไทยต้องไม่เป็นเหยื่อของการปลุกระดมด้วยข้อมูลผิดๆ ผ่านวิทยุชุมชนบางแห่ง คนไทยต้องเข้าถึงบริการขนส่งทางบก เรือ อากาศ ของรัฐที่สะดวก ปลอดภัย ราคาไม่แพง

คนไทยต้องไม่โดนลูกหลงจากกระสุนปืนที่นักเรียนเทคนิคมุ่งสังหารคู่อริและพลาดไปถูกผู้บริสุทธิ์อื่นๆ คนไทยต้องไม่ตกเป็นเหยื่อกระสุนของนักซิ่งที่ยิงรถที่ขับผ่านไปมาเพื่อความสะใจ คนไทยต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของกระสุน เอ็ม 79 จากมือปืนเถื่อน คนไทยต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของซิ่ง หญิงไทยต้องไม่ตกเป็นเหยื่อกามของคนขับรถตู้ คนไทยสามารถเดินทางค่ำคืนได้โดยปลอดภัย บ้านเมืองต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม ปราศจากการกลั่นแกล้ง คนจนต้องมีสิทธิเข้าถึงการใช้บริการคุ้มครองทางกฎหมาย เมื่อเกิดคดีความ ถูกผิดต้องไปว่ากันที่ศาล และคนไทยต้องยอมรับการตัดสินของศาล

คนไทยต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเมื่อประสบภัยพิบัติโดยทันที สส. ต้องทำหน้าที่ให้คุ้มกับเงินที่ได้รับและสมกับที่ประชาชนเลือกเป็นตัวแทน การทุจริตคอร์รัปชันน้อยลง

นี่คือความต้องการพื้นฐานของประชาชนในปี 2554 ซึ่งไม่แตกต่างจากบทความของ ดร.ป๋วย เมื่อปี 2516 เพียงแต่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ที่รัฐบาลต้องทำให้คนไทยมีชีวิตอยู่โดย “ปราศจากความหวาดกลัว” และ “ปราศจากความหิวโหย” ให้ได้ ขณะที่ประชาชนตอบแทนรัฐด้วยการทำตัวเป็นพลเมืองดี เสียภาษีอย่างครบถ้วน ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่เลือกปฏิบัติตามกฎหมายที่คิดว่าตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น เราเชื่อว่าคุณอภิสิทธิ์และคุณกรณ์ซึ่งเข้ามาเล่นการเมืองก็เพื่อทำให้ความหวังของประชาชนเป็นจริงเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่ หากไม่สะดุดขาตัวเองล้มเสียก่อน

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด