posttoday
Climate Change

Climate Change

23 ธันวาคม 2553

....วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์

ต้นปี 1990 เป็นยุคแรกที่โลกทำท่าขึงขังกับเรื่อง Climate Change เมื่อมีการเปิดเผยรายงาน 1st Assessment ของคณะกรรมการระหว่างรัฐว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก (หรือ IPCC)

และความขึงขังนั้นก็นำมาสู่การมีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change) ในปี 1992 และมีการจัดประชุมต่อเนื่องกันไปทุกปี เรียกว่า COP (Conference of the Parties)

พิธีสารเกียวโต หรือ Kyoto Protocol ก็เป็นผลผลิตของที่ประชุมนี้ และดูจะเป็นสำนึกร่วมชิ้นเดียว ที่เข้าข่ายได้สถานะ เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ

แต่น่าเสียดายที่สหรัฐซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ในการก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ในช่วง 100 ปี ปฏิวัติอุตสาหกรรมนั้น ปฏิเสธที่จะลงนามร่วมเป็นภาคีของพิธีสารเกียวโต

น่าเสียดายที่สอง... คือ พิธีสารเกียวโตซึ่งกำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกไว้ดีทีเดียว คือ พวกชาติที่พัฒนาแล้ว มีพันธะที่ต้องลดกิจกรรมที่ก่อภาวะโลกร้อน ส่วนชาติกำลังพัฒนาอื่นๆ ก็เพียงแต่จะพยายามไม่ปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้นนั้น ปรากฏว่าในปี 2012 (ตามอย่างหนังวันโลกแตก) พิธีสารเกียวโตกำลังจะสิ้นอายุลง

การประชุม COP ครั้งที่ 15 ที่โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กปลายปีที่แล้ว ได้จุดประกายความพยายามสร้างข้อตกลงระบอบใหม่ ที่จะมาแทนพิธีสารเกียวโต จนกระทั่งผู้นำประเทศต่างๆ แห่กันไปร่วมประชุมมากเป็นประวัติการณ์ แต่ก็เหลวไม่เป็นท่า เมื่อประธาน ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม

จู่ๆ ก็หยิบเอาเอกสารฉบับที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน บรรจุเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งแม้จะอ้างว่า เจตนาดี แต่เมื่อขั้นตอนไม่โปร่งใส ที่ประชุมจึงมีมติเพียงรับรู้ (ไม่ได้ “รับรอง”) ว่ามีการเสนอเอกสารเรียกว่า โคเปนเฮเกนแอ็กคอร์ด หรือ CA ส่วนความพยายามหาข้อตกลงใหม่ ที่จะมาใช้ต่อจาก Kyoto Protocol นั้น ให้เลื่อนมาหารือใน COP16 ที่แคนคูน เม็กซิโก ที่จัดขึ้นอาทิตย์ที่แล้ว

จนถึงสิ้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีประเทศที่ประกาศสนับสนุน CA แล้ว 139 ประเทศ เฉพาะในอาเซียนของเรา นอกจากประเทศไทยที่ประกาศสนับสนุน CA แล้วก็ยังมีลาว กัมพูชา เวียดนาม บรูไน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ประกาศสนับสนุน CA ด้วย

แม้จะเชื่อว่า COP 16 ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก จะไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ควรที่คนไทยจะได้รู้ว่า เนื้อหาของ CA ที่ไทยสนับสนุนนั้นเป็นอย่างไร

CA มีสาระสำคัญหลัก คือ ให้แต่ละประเทศกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเองโดยอิสระ เช่น ญี่ปุ่น ประกาศลดการปล่อยก๊าซนี้ลง 25% โดยขอนับจากปี 1990 ส่วนอเมริกานั้น ประกาศจะลดการปล่อยลง 17% โดยนับจากปี 2005 โดยอเมริกาจะทำให้ได้ตามนี้อย่างช้าในปี 2020 คือ อีก 10 ปีจากนี้

ฟังดูก็ดีนะครับ งั้นแปลว่าประเทศต่างๆ ก็น่าจะกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซในระดับที่พอจะทำได้ โดยไม่เดือดร้อนมาก

วิธีนี้แตกต่างจากสิ่งที่ทำกันอยู่ในพิธีสารเกียวโตครับ พิธีสารเกียวโตกำหนดเป้าหมายระดับโลก ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อน (เพื่อให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส) แล้วให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว ลดการปล่อยก๊าซตนเองลงให้หนัก แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่าประเทศกำลังพัฒนาอย่างเช่น จีน อินเดีย บราซิล อินโดนีเซีย ไม่ต้องลดการปล่อยก๊าซลงอย่างหนักบ้างหรือ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการระดมทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนามาร่วมแบกโลกด้วยกัน

หลักการของ CA นั้น ดูจะเป็นที่พึงใจของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีพันธกรณีต้องลดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่มากกว่า รวมถึงประเทศกำลังพัฒนาที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย และบราซิล ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกเรียกร้องให้รับผิดชอบมากขึ้น แต่ดูจะไม่เป็นที่พึงใจของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจรองลงมาอื่นๆ ซึ่งภายใต้หลักการนี้ จะถูกเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบมากขึ้น

ข้อขัดแย้งนี้ ยังคงดำรงอยู่ รอให้ผู้นำต่างๆ ออกมาแสดง Spirit ความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ แต่โลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้มีอาการป่วยที่รอไม่ได้นะครับ มีการคำนวณว่าถ้าอุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีกเกิน 2 องศาเซลเซียส โลกจะเข้าสู่ภาวะเกินวิกฤต

ถ้าประเทศต่างๆ ทำได้แค่ตามที่ตัวประกาศพันธะไว้กับ CA อุณหภูมิโลกจะยังคงเพิ่มขึ้นถึง 3.9 องศาเซลเซียส

เดาได้ใช่ไหมครับ ว่าจะเกิดอะไร...!

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง