
ประมูลรถหรูล็อตใหญ่ กรมศุลฯกวาด200ล.
กรมศุลฯ เปิดประมูลรถหรูของกลางลอบนำเข้า 237 คัน ราคาเปิดเบนซ์ 3.64 ล้าน
กรมศุลฯ เปิดประมูลรถหรูของกลางลอบนำเข้า 237 คัน ราคาเปิดเบนซ์ 3.64 ล้าน
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลของกลางรถยนต์หรูที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่เสียภาษี ด้วยวิธียื่นเสนอราคาแบบเปิดเผยแล้วจำนวน 237 คัน
โดยรถยนต์ที่ราคาเปิดประมูลสูงสุด ได้แก่ เบนซ์ เอส 350 สีดำ ปี 2008 เกียร์ออโต้ เริ่มต้นที่ 3.64 ล้านบาท และรถยนต์ที่มีราคาเปิดประมูลต่ำสุด ได้แก่ รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ เปิดประมูลด้วยราคา 3,000 บาท
สำหรับขั้นตอนการประมูลนั้นผู้สนใจต้องวางเงินมัดจำ 5 หมื่นบาทต่อคัน โดยแต่ละคนไม่จำกัดจำนวนประมูล เบื้องต้นคาดว่ากรมศุลกากรจะได้เงินไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
รถยนต์ที่เปิดประมูลทั้งหมด ประกอบด้วยยี่ห้อโตโยต้า 66 คัน เมอร์เซเดสเบนซ์ 60 คัน บีเอ็มดับเบิลยู 15 คัน โรเวอร์มินิ 3 คัน นิสสัน 18 คัน โฟล์คสวาเกน 4 คัน โรลส์รอยซ์ 1 คัน ปอร์เช่ 4 คัน เบนท์เลย์ 1 คัน เดมเลอร์ 1 คัน และออสติน 1 คัน เป็นต้น
มีรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ดังนี้ TOYOTA 66 คัน, MERCEDES BENZ 60 คัน, PERODUA 22 คัน, NISSAN 18 คัน, B.M.W. 15 คัน, HONDA 8 คัน, JAGUAR 8 คัน, MAZDA 7 คัน, MINI COOPER 7 คัน, MITSUBISHI 4 คัน, PORSCHE 4 คัน, VOLKSWAGEN 4 คัน, ROVER MINI 3 คัน, SAAB 2 คัน, AUDI 1 คัน, AUSTIN 1 คัน, BENTLEY 1 คัน, DAIMLER 1 คัน, ISUZU รถตู้ 6 ล้อ 1 คัน, JEEP 1 คัน, KIA 1 คัน, ROLLS ROYCE 1 คัน และ SUBARU 1 คัน
นายประสงค์ กล่าวว่า ของกลางส่วนใหญ่นำเข้ามาทางชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และท่าเรือรับส่งสินค้า โดยมักแจ้งสำแดงรายการเท็จว่าเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งแต่ละปีจะมีรถที่ลักลอบนำเข้ามาจำนวนมาก สร้างความเสียหายแก่ภาครัฐหลายร้อยล้านบาทนายประสงค์ กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้ บริษัท ยันต์ชนะ เป็นผู้ดำเนินการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง โดยได้เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูล ชมสภาพภายนอกรถยนต์ของกลางที่จะขายทอดตลาด และลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลได้ที่เจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน ส่วนของกลาง กรมศุลกากร ในวันที่ 20 – 21 ธันวาคม 2553 เวลา 09.00 -16.30 น. และวันพุธที่ 22 ธันวาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นการประมูล
อย่างไรก็ดี ผลการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางและรถจักรยานยนต์ของกลางกรมศุลกากร ในงาน "ศุลกากรแฟร์" ครั้งที่ 3 ปี 2553 โดยวิธีประมูลด้วยวาจา เมื่อวันที่ 10 – 11กรกฎาคม สามารถจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้จำนวนทั้งสิ้น 56 คัน จากที่นำออกประมูลทั้งหมดจำนวน 58 คัน ทำรายได้เข้ารัฐเป็นมูลค่ากว่า 96 ล้านบาท ส่วนครั้งที่ 1 สามารถจำหน่ายได้ 154 คันรวมมูลค่าเกือบ 260 ล้านบาท และครั้งที่ 2 จำหน่ายได้ 159 คัน รวมมูลค่ากว่า 210 ล้านบาท







