
อีหรอบเดิม
ไปกันใหญ่สำหรับปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ โดยเฉพาะที่ทำเอาลมจับนั่นคือ การให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปปล่อยกู้ให้แท็กซี่
ไปกันใหญ่สำหรับปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ โดยเฉพาะที่ทำเอาลมจับนั่นคือ การให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปปล่อยกู้ให้แท็กซี่
ปกติ ธ.ก.ส.เป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีหน้าที่ปล่อยกู้ให้กับเกษตรกร สถาบันเกษตรกรในกิจกรรมการเกษตร หรืออาชีพเสริม แต่การปล่อยกู้แท็กซี่มีการอ้างว่าแท็กซี่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรหมดหน้านาเลยมาขับรถหาลำไพ่พิเศษ
ฟังแล้วอยากจะกัดลิ้นให้ดิ้นตาย
ทำไมถึงไปกันซื่อๆ สีข้างถลอกอย่างนี้
ตรองดูเอาเถอะ ชาวนาเมื่อหมดหน้านาจะวางคันไถมาขับแท็กซี่ในเมืองได้ทันทีแน่แล้วหรือ
ชาวนาหนองหมาว้อ จู่ๆ มาขับแท็กซี่ จะรู้ถนนหนทางไปสีลม คลองถม ฯลฯ ครบได้อย่างไร
ในงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า ส่วนใหญ่คนขับแท็กซี่มาจากชนบทโดยเฉพาะอีสานเป็นส่วนใหญ่ มาหากินในเมืองเป็นกิจจะลักษณะ และเลือกอาชีพขับแท็กซี่เพราะรายได้ดี อิสระ ไม่ต้องมีความรู้
แท็กซี่อยู่ในสถานะปากกัดตีนถีบ ส่งเงินกลับบ้าน ต้องการมีแท็กซี่เป็นของตัวเอง แท็กซี่เหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุน แต่ต้องให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์
การมาอ้างให้ ธ.ก.ส.ปล่อยเงินกู้ โดยบอกว่าแท็กซี่เป็นเกษตรกรมารับจ๊อบช่วงหมดหน้านามันหาเหตุผลไม่ได้
ประชาวิวัฒน์จึงทำท่าจะกลายเป็นโจ๊กเละตุ้มเป๊ะ
แม้ประชาวิวัฒน์ไม่ใช้งบประมาณ หรือใช้เงินงบประมาณไม่มากนัก แต่ตามเนื้อผ้าแล้วจะใช้เงินนอกงบประมาณเข้ามาเป็นเส้นเลือดใหญ่
และที่จะเปิดก๊อกผันเงินก็ไม่พ้นธนาคารของรัฐ
ตัวอย่างที่จะแจ้ง คือ ธ.ก.ส.ที่จะแหกคันนาปล่อยกู้แท็กซี่ และต่อไปคงปล่อยกู้วินมอเตอร์ไซค์ แม่ค้าหาบเร่ได้เช่นกัน ภายใต้เหตุผลว่าเป็นชาวนาแล้วมาแบกจ๊อบในเมืองหลวง
ประชาวิวัฒน์อีแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะเกิดข้อสงสัยถึงหนี้ที่จะแฝงอยู่ในธนาคารของรัฐเท่านั้น ทว่าสิ่งที่น่าคิดอีกก็คือ มันจะแย่กว่าประชานิยมที่ใช้งบประมาณตามปกติหรือเปล่า
เพราะประชานิยมเมื่อต้องใช้งบประมาณก็สามารถตรวจสอบโดยสภา แต่ประชาธิปัตย์นิยมเลือกเดินตามรอยเท้าเดิมที่เอาเงินแบงก์รัฐมาใช้ แล้วใครจะไปตรวจสอบ
ช่างน่าสงสัย อยู่ๆ ไปทำไมถึงแปลงร่างลงรู กลายเป็นยี้ได้ล่ะเนี่ย







