
“หมออนามัย” จับมือชุมชนแก้อุบัติเหตุท้องถนนยุคโควิด
“สสส.” เผยมาตรการล็อคดาวน์ - งดขายเหล้า ช่วยลดคนนเมา เจ็บ ตายบนถนน กว่า10% เล็งต่อยอดมาตรการหลังโควิดซา
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ ได้มีการจัดเสวนาออนไลน์ เรื่อง “ร่วมสร้างตำบลขับขี่ปลอดภัย ไปกับหมออนามัยในสถานการณ์โควิด -19” เผยแพร่ผ่านเพจเฟสบุ๊ค “สมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ”
น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยง สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน อยู่ที่ 20-60 รายต่อวัน ปีละกว่า 2 หมื่นราย หากไม่ลดจำนวนผู้เสียชีวิตรายวัน จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ เพราะต้องดูแลค่าใช้จ่ายผู้เสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาล ครอบครัวผู้สูญเสียเสาหลัก ล้วนเป็นปัญหาสุขภาวะ
ดังนั้น ต้องหาวิธีป้องกันให้ได้ ในช่วงกลางปี 63 ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ล็อคดาวน์ มีมาตรการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับได้ด้วย ในขณะที่ปลายปี มีการยกเลิกการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ ก็ทำให้การเกิดอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันสถานการณ์การลดอุบัติเหตุทางท้องถนนมีแนวโน้มลดลง โดยปี 2563 มีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 17,831 ราย หรือลดลง 10% จากปี 2562 ส่วนปี 2564 ข้อมูลถึงเดือน ส.ค. เสียชีวิต 8,862 ราย
“ข้อมูลปี 2563 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 49 รายต่อวัน จากเดิมเฉลี่ยวันละ 60 ราย ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากบทเรียนนี้ ทำให้เห็นว่า มาตรการที่ใช้ลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถนำมาพิจารณาใช้ในการลดอุบัติเหตุทางถนนได้เช่นกัน การลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเพิ่มการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ นอกจากนี้ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการทั้งประเทศไม่ใช่ทำแค่ส่วนกลาง เพราะข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ปี 2562 สรุปมี 283 อำเภอเสี่ยง หรือ 32% ของอำเภอทั่งประเทศ มีการคำนวณคร่าวๆ ว่าหากดูแลได้ดี จะสามารถลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้ 65%” น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว
น.ส.รุ่งอรุณ กล่าวต่อว่า 283 อำเภอเสี่ยง ส่วนใหญ่ เป็นอำเภอเมือง ที่มีพื้นที่กว้าง ความเสี่ยงหลากหลายทั้งคน รถ ถนน การดำเนินการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุอาจทำได้ยาก ดังนั้น สสส.จึงลงไปสนับสนุนความร่วมมือตั้งแต่ระบบตำบล ซึ่งมีเครือข่ายหมออนามัย ที่มีความใกล้ชิดกับคนในพื้นที่ รู้สภาพปัญหาของพื้นที่ดี ทั้งนี้ สสส.ทำงานร่วมกับหมออนามัยมานาน หลายคนเกษียณอายุแล้ว ระยะหลังเริ่มสนับสนุนหมออนามัยรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนงาน ส่วนผู้ใหญ่ก็ขยับไปเป็นที่ปรึกษา ทำให้การทำงานเป็นรูปธรรมมากขึ้น และหวังว่าจะเป็นโครงการที่เข้าตากระทรวงมหาดไทย ให้หมออนามัยเป็นทีมสุขภาพที่หนุนเสริมการทำงานในพื้นที่ในโครงการตำบลขับขี่ปลอดภัยด้วย
ทั้งนี้ปัจจัยความสำเร็จคือความร่วมมือกันของประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่และการเชื่อมประสานการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ โดยบางครั้งการเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาง่ายๆ ให้สำเร็จก่อน ถือเป็นกำลังใจในการเดินหน้าสู่การแก้ไขปัญหาที่ยากขึ้น
นายบุญเรือง ขาวนวล รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง นายกสมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ กล่าวว่า หน้าที่ของเครือข่ายหมออนามัยฯ คือการให้โจทย์และความรู้ทางวิชาการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทำงาน สร้างโอกาส ซึ่งจากนี้การจัดการเรื่องสุขภาพจะอยู่ที่ชุมชน จะทำอย่างไรให้พลเมืองตื่นรู้ มาทำให้ชุมชนของตัวเองน่าอยู่ ปลอดภัย แฮปปี้กันทุกฝ่าย แม้จะมีอุปสรรคการทำงานบ้างแต่ประเมินแล้วคนให้คะแนนเกือบเต็ม100 เพราะคนทำงานไม่มีท้อ แต่มีการปรับการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์โดยเฉพาะตอนนี้มีโควิดระบาดก็ปรับการทำงานให้เชื่อมโยง ครอบคลุมป้องกันโรค และการลดอุบัติเหตุทางถนนควบคู่กันไป







