
งบประมาณ 2555 ฝนตดทั่วฟ้า
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ 4 แห่งกำลังหน้าดำคร่ำเครียดในการวางกรอบตัวเลขงบประมาณปี 2555
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ 4 แห่งกำลังหน้าดำคร่ำเครียดในการวางกรอบตัวเลขงบประมาณปี 2555
โดย...ทีมข่าวการเงิน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ 4 แห่งกำลังหน้าดำคร่ำเครียดในการวางกรอบตัวเลขงบประมาณปี 2555
ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงบประมาณ
โดยตามปฏิทินงบประมาณจะต้อง “เคาะ” ให้เสร็จภายในเดือน เม.ย. 2554 ก่อนเสนอ ครม.และเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร
ความน่าจะเป็นของตัวเลขที่เป็นตุ๊กตาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.22.3 ล้านล้านบาท
เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากวงเงินงบประมาณปี 2554 ที่ 2.07 ล้านล้านบาท
โดยจะยังคงเป็นงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องไปอีกประมาณ 4 แสนล้านบาท เพราะรัฐบาลยังจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป
รวมถึงจำเป็นต้องเป็นหัวรถจักรผลักดันการลงทุนให้เอกชนต่อไปอีก 1 ปี ...
ยิ่งมีสถานการณ์การเมืองเรื่องเสื้อแดงชุมนุมทุกเดือนๆ อย่างนี้ คงไม่มีธุรกิจที่ไหนกล้าเข้ามาต่อยอดการลงทุนแน่
ส่วนการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร คงต้องทยอยปิดตัวเองไปอีกมาก
ลึกๆ แล้วคนในรัฐบาลประเมินว่า ถ้าอยู่บนเก้าอี้จนผ่านงบประมาณ 2555 เดือน ก.ย.ปีหน้า
น่าจะสร้างความได้เปรียบทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึง
เพราะการจัดทำงบประมาณคือการ “วางบิล” ล่วงหน้า นักการเมืองจะทราบแล้วว่า มีโครงการใดที่ดึงเงินไปลงในพื้นที่ตัวเองได้
เมื่อเงินลงแน่ ก็สามารถ “ล็อก” บริษัทผู้รับเหมาหรือการจัดซื้อจัดจ้างเอาไว้ในมือ
ตุนกระสุนได้เต็ม “หน้าตัก” ทำให้มีความได้เปรียบในการเลือกตั้งแบบสบายๆ
นักการเมืองรู้ดีว่า สังคมไทยยังไงก็ต้องใช้เงินในการฟาดฟันทางการเมือง
พื้นที่หาเสียงใน กทม.ใช้เงินต่ำสุดเขตละไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ในต่างจังหวัดมากกว่าถึงขั้นเลขสองหลัก แล้วแต่ยิงหนัก ยิงเบา ขึ้นกับกระเป๋านายทุน
แต่วงในลึกๆ ของรัฐบาล ก็ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องการยืดเวลาของรัฐบาลไปไกลนัก
ถ้ากระแสพอไปได้ก็อยาก “ยุบสภา” ไปวัดวากันหลังเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยให้รู้แล้วรู้รอดเลยดีกว่า
ชนะก็กลับมา แพ้ก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ไม่หวาดกลัว
ติดอย่างเดียวคือพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ยังไม่พร้อมในพื้นที่ภาคอีสาน
พรรคร่วมไม่อยากให้รัฐบาลรีบร้อน ตัดช่องน้อยด้วยการยุบสภา รอเวลาทำคะแนนเสียงที่กำลังดีวันดีคืน
ล่าสุดแม้แต่ สส.ในพรรคเพื่อไทยบางส่วน ก็มีการวิเคราะห์กันว่า ไม่อยากให้รัฐบาลเร่งยุบสภา เพราะช่วงนี้กำลังเพลี่ยงพล้ำ หลังผลเลือกตั้งซ่อมออกมา
ถ้าต้องลงแข่งในช่วงที่กระแสไม่ดี กระสุนก็ไม่มี โอกาสในการเข้าป้ายก็ลดน้อยลง
สส.เพื่อไทยก็ต้องการรอให้รัฐบาลพลาด หรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจนน่วม
บวกกับรอแรงส่งของเสื้อแดงที่ชุมนุมกันทุกเดือน ปลุกคะแนนพรรคต้นตำรับประชานิยม น่าจะมีโอกาสชนะเกินครึ่งมากกว่า เร่งรัดให้ยุบสภาในขณะนี้
แน่นอนว่า เมื่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีโอกาสในการจัดทำงบประมาณ 2555 ก็ต้องยัดรายละเอียดของนโยบายรัฐบาลเข้าไปเต็มพิกัด
ไม่ว่าจะเป็นเรียนฟรี 15 ปี การประกันรายได้เกษตรกร เบี้ยคนชราเดือนละ 500 บาท เบี้ยคนพิการ
รวมถึงมาตรการประชาวิวัฒน์ที่กำลังจะออกมาลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชน
เบ็ดเสร็จแล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 2.5 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง รถไฟความเร็วสูง ถนนไร้ฝุ่นทั่วประเทศ
ส่วนหนึ่งหยิบยืมจากงบประมาณ อีกส่วนจะเป็นการกู้เงินจากต่างประเทศ
ส่วนงบประมาณที่เหลือจะเกลี่ยไปให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนาให้เกิดความยุติธรรม
ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา “งอแง” และต่อรองของพรรคร่วม เหมือนการจัดทำงบประมาณในปีที่ผ่านมาอีกรอบ
แต่หากรัฐบาลตั้งงบประมาณสูงเกินไป ทั้งที่รายได้คลังยังเท่าเดิมหรือเพิ่มเล็กน้อย ก็จะถูกนักวิชาการและต่างชาติมองอย่างขาดความเชื่อมั่น
นำไปสู่หายนะทางการคลัง สุดท้ายอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจรอบใหม่
เส้นทางการจัดทำงบ ประมาณ 2555 จึงน่าสนใจทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง...
อาจเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของรัฐบาล ในการเลือกตั้งครั้งหน้า







