
รวบแชมป์คาราเต้อิหร่านกรรโชกทรัพย์
ตำรวจกองปราบรวบตัวชาวอิหร่าน อดีตแชมป์คาราเต้ของประเทศ เหตุขู่กรรโชกทรัพย์เจ้าทุกข์ชาวต่างชาติ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ
ตำรวจกองปราบรวบตัวชาวอิหร่าน อดีตแชมป์คาราเต้ของประเทศ เหตุขู่กรรโชกทรัพย์เจ้าทุกข์ชาวต่างชาติ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ
วันนี้ (21 ธ.ค.) เวลา 12.00 น. ที่กองปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. แถลงข่าวจับกุมตัว นายมาจิด ฟาร์ซี (MR.FARZI MAJID) อายุ 37 ปี อดีตนักกีฬาคาราเต้แชมป์ประเทศอิหร่าน และการเข้ามอบตัวของนายฮามิด เรซา ซามานิ (MR.HAMID REZA ZAMANI) อายุ 39 ปี ทั้งสองสัญชาติอิหร่าน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2738 และ 2739/2553 ลงวันที่ 8 ธ.ค. 2553 ในข้อหา ร่วมกันกรรโชกโดยขู่ว่าจะฆ่าและมีอาวุธมาข่มขู่ ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำหรือยอมต่อสิ่งใดโดยมีอาวุธ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น โดยจับกุมนายมาจิด ได้ที่บ้านเลขที่ 99/28 หมู่บ้านไชยลดา รามคำแหงเฮ้าส์ซิ่ง ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ส่วนนายฮามิด ก่อนหน้านี้ได้เข้าพักอาศัยอยู่ที่หอพักวาทีเฮ้าส์ เลขที่ 122 ห้อง 316 ถนนสุขุมวิท วอย 39 (ซอยพึ่งมี 3) แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม.
พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากผู้เสียหายชาวอิหร่าน (ขอสงวนชื่อ-สกุล) อายุ 33 ปี นักธุรกิจส่งออกอะไหล่รถจักรยานยนต์ ได้เข้าแจ้งความที่ บก.ทท.ว่า ถูกกลุ่มผู้ต้องหาข่มขู่กรรโชกทรัพย์ หลังจากเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อมาทำธุรกิจระหว่างนั้นได้รับการติดต่อจากนายฮามิด ซึ่งรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ นัดหมายขอให้ไปพบกันที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาท่าพระ กทม. แต่หลังจากเดินทางไปตามนัดแล้ว นอกจากจะพบนายฮามิด ยังพบตัวนายมาจิด หัวหน้าแก๊งกับพวก ซึ่งเป็นชาวอิหร่านและชาวไทย อีก 2 คน
“จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายและใช้มีดพกข่มขู่เรียกเงินค่าคุ้มครองซึ่งทั้งหมดอ้างว่าชาวอิหร่านที่มาทำธุรกิจจะต้องจ่ายเงินให้หากไม่ยอมทำตามจะฆ่า ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวยอมจ่ายเงินสดและมอบโทรศัพท์ให้รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 24,000 บาท นอกจากนี้ยังถูกขู่ซ้ำว่าจะต้องจ่ายเงินค่าคุ้มครองให้ทุกเดือนอีกเดือนละ 5,000 บาท ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย ก่อนจะยอมปล่อยตัวผู้เสียหาย กระทั่งมีการแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว ต่อมาชุดสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา โดยยังมีนายเบห์ซาด และชายไทยไม่ทราบชื่อรวม 2 คน ที่ร่วมก่อเหตุ”
พล.ต.ต.ปัญหา กล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่อง ได้ประสานกับชุดจับกุม กก.1 บก.ป.สืบสวนติดตามผู้ต้องหาจนพบว่า นายมาจิด ได้อาศัยอยู่กับภรรยาชาวไทยที่บ้านพักย่านสะพานสูง กทม.จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ต่อมานายฮามิด จึงติดต่อพนักงานสอบสวนขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี อย่างไรก็ดี สำหรับนายมาฮิด นั้น จากการตรวจสอบประวัติพบว่าอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาลอุทธรณ์ คดีฆ่าผู้อื่น หลังจากก่อเหตุฆ่าเหยื่อที่ได้ข่มขู่เรียกค่าคุ้มครอง เหตุเกิดในพื้นที่ย่านสุขุมวิท ก่อนจะลงมือกับเหยื่ออีกหลายรายซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลว่ามีผู้ใดร่วมกระทำความผิดอีกหรือไม่
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยนายมาจิด อ้างว่าไม่ได้รู้จักกับผู้เสียหายเป็นการส่วนตัวเพียงแต่ได้รับการแนะนำจากเพื่อนเนื่องจากเห็นว่าเป็นคนชาติเดียวกัน และหลังจากได้พบกันแล้วทางผู้เสียหายกลับเป็นฝ่ายที่ขโมยเงินจากกระเป๋าของตนไปเป็นจำนวน 12,500 ยูโร ซึ่งครั้งแรกได้ขอหยิบยืมเงินเพื่อส่งไปให้ญาติที่ประเทศอิหร่าน โดยขอให้ตนออกเงินให้ก่อนจึงมีการนัดหมายกันดังกล่าว ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ ชุดจับกุมยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การโดยจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือซึ่งยังหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป







