posttoday
‘สายสืบผักสด’ ตะลุยตลาด ปราบอาหารปนพิษ

‘สายสืบผักสด’ ตะลุยตลาด ปราบอาหารปนพิษ

21 ธันวาคม 2553

โหมโรงเป็นนโยบายกันยกใหญ่ เขาว่าจะอัพเกรดประเทศไทยให้เป็นครัวระดับโลก ในชื่อ “ครัวไทยครัวโลก”

โหมโรงเป็นนโยบายกันยกใหญ่ เขาว่าจะอัพเกรดประเทศไทยให้เป็นครัวระดับโลก ในชื่อ “ครัวไทยครัวโลก”

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

 

‘สายสืบผักสด’ ตะลุยตลาด ปราบอาหารปนพิษ

โหมโรงเป็นนโยบายกันยกใหญ่ เขาว่าจะอัพเกรดประเทศไทยให้เป็นครัวระดับโลก ในชื่อ “ครัวไทยครัวโลก”

แต่ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่ายังมีสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปหลายรายการถูกตีกลับบ้าง และมีบางประเภทถูกขึ้น “บัญชีดำ” ห้ามนำเข้าเสียด้วยซ้ำ

แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ พืชผักอันหลายหลากอุดมสมบูรณ์ที่เราซื้อหาบริโภคอยู่ทุกวันนี้ เต็มไปด้วยสารเคมี ยาฆ่าแมลงทั้งนั้น ตายกันไปเพราะอาหารเป็นพิษ สารสะสมในร่างกายก็เยอะ

มาปิ๊งไอเดีย “สายสืบผักสด” ซึ่งทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เคยเริ่มต้นไว้ตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากรณรงค์ให้ผู้ขายต้องขายพืชผักที่ปลอดสารพิษ ในขณะที่ผู้ซื้อก็ร่วมกันซื้อแต่วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัย เกาะกระแสเทรนด์รักษาสุขภาพที่กำลังมาแรง

พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผกก.4 บก.ปคบ. ซึ่งพยายามผลักดันและรณรงค์ให้ผักตามตลาดต่างๆ ไม่มีสารพิษ ได้นำโครงการ “สายสืบผักสด” สนองตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำโครงการปลูกผักโดยใช้วิธีทางธรรมชาติ

“บก.ปคบ.ออกรณรงค์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงการเลือกผักที่ปลอดสารเคมี ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกและจำหน่ายพืชผักที่ปลอดสารพิษอีกด้วย เพราะผักสดที่ดีจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารต่างๆ แร่ธาตุ แต่ผักสดที่มีคุณภาพดีต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ดีเช่นกัน ถูกต้องตามหลักการตั้งแต่การปลูก การเก็บรักษา การขนส่ง ผู้ค้า กระทั่งมาถึงมือผู้บริโภค ที่ต้องมีความสะอาดอย่างแท้จริง”

“แต่ปัจจุบันการปลูกผักมักใช้สารเคมีเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถปลูกได้ปริมาณมากขึ้นและสามารถรักษาพืชผักไว้ได้นาน ทำให้ราคาขายก็ถูกลง แต่ไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย เมื่อผู้บริโภคซื้อผักมารับประทาน ก็อาจได้รับอันตรายจากสารเคมี ยิ่งสะสมก็ยิ่งส่งผลต่อร่างกายแน่นอน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบการจำหน่ายผักในท้องตลาดอย่างจริงจัง”

“สายสืบผักสด” ซึ่ง บก.ปคบ.ร่วมกับสำนักงานอาหารและยา (อย.) จึงได้ทำการเข้าไปตรวจตราตามตลาดสดและในห้างสรรพสินค้า ว่ามีการจำหน่ายผักที่ปลอดสารพิษหรือไม่

พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ย้ำว่า หากได้รับการร่วมมือที่ดี ผู้ค้านำสินค้าปลอดสารเคมีมาจำหน่าย โครงการนี้ก็จะมีใบประกาศติดไว้ให้ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และหากตลาดใดยังไม่ปฏิบัติตาม ก็จะไปแนะนำให้เห็นโทษภัย

แต่ทั้งนี้ ยึกยักมากๆ เข้า ก็มีอัตราโทษต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนนำผักที่มีสารเคมีมาจำหน่าย ก็จะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่องอาหารผิดมาตรฐาน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท

 

‘สายสืบผักสด’ ตะลุยตลาด ปราบอาหารปนพิษ

“ที่ผมบอกว่าต้องมีสายสืบผักสด ก็เพราะโครงการนี้เราเน้นที่ผู้บริโภคเป็นหลัก เนื่องจากเป็นคนที่ต้องรับประทาน โดยเฉพาะผักที่มีประโยชน์ต่อทางร่างกาย ดังนั้นต้องรณรงค์ให้ผู้บริโภคใส่ใจในร่างกายของตนเองมากขึ้น ต้องรู้จักเลือกผักที่ไม่มีสารพิษ ซึ่งผลทุกอย่างในการปฏิบัติของผู้บริโภค จะสะท้อนถึงผลสรุปของโครงการนี้ได้ เพราะเมื่อผู้บริโภคเริ่มใส่ใจตนเอง เลือกสรรผักที่ไม่มีสารพิษมารับประทาน แน่นอนว่าผู้ค้าที่เคยขายผักสารเคมีก็อยู่ไม่ได้ ต้องปรับเปลี่ยนมาซื้อหรือปลูกผักที่ปลอดสารพิษ ซึ่งนี้คือภาพรวมที่จะบ่งบอกได้ถึงโครงการนี้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือผู้บริโภคนั้นเอง”

นอกจากนี้ ยังจัดรถยูนิตโมบายของ อย.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ออกไปแนะนำวิธีเลือกซื้อผักให้ประชาชนได้รับทราบ รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานผักที่ปลอดสารเคมี และชี้ให้เห็นถึงโทษหากเราปล่อยปละละเลยและในแต่ละตลาดที่ไป

ตลาดมากมายทั่วเมืองอย่างนี้ ผกก.4 บก.ปคบ. เลยเปิดรับสมัคร “สายสืบผักสด” ให้พ่อค้าแม่ขาย คนที่มาจับจ่ายซื้อของ และประชาชนทั่วไปให้เข้ามาช่วยสอดส่งเป็นหูเป็นตา

“ผู้ที่คอยแจ้งเบาะแสให้กับทางการ ชี้ข้อมูลเกี่ยวกับผักที่ไม่ได้มาตรฐาน หรืออาหารที่ใส่สารเคมีต่างๆ โดยจะมีการออกบัตรให้ และผู้ที่แจ้งเบาะแส หากมีการจับกุมจนนำไปสู่กระบวนการเอาผิดตามกฎหมาย ทาง อย.และ ปคบ.ก็จะมีรางวัลให้อีกด้วย”

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ “สายสืบผักสด” ในเบื้องต้น หากประชาชนพบเห็นตลาดแห่งใดที่ไม่น่าปลอดภัย ก็สามารถโทร.มาแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้ ทั้งจาก อย.ที่เบอร์ 1556 และของ ปคบ.ที่สายด่วน 1135 รับรองว่าเจ้าหน้าที่จะออกไปตรวจสอบให้ทันที

แต่เรื่องนี้ก็ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ “ผู้บริโภค” มาเป็นสายลับให้อย่างเดียว เพราะยังมีการส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสายสืบผักสดลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยเหมือนกัน และแน่นอนว่าในการออกตรวจแต่ละครั้ง จะมีการสุ่มตรวจผักและอาหารแต่ละร้านค้าอีกด้วย หากผิดก็จะเข้าสู่กระบวนการทำความเข้าใจ แนะนำให้ขายผักที่ปลอดภัย แต่หากแนะไปแล้วไม่ทำตาม ยังฝืนดันทุรัง ก็ต้องถูกจับแน่นอน

เรียกว่ามาตรการนี้จะผลักดันให้พืชผักอาหารของไทยได้รับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้มีความพร้อมเตรียมตัวสู่การเป็น “ฮับ” อาหารของโลก

และในอนาคตอันใกล้ จะพยายามเอาเนื้อสัตว์อีกหลายชนิดเข้ามาตรวจสอบ

ตรวจจริง จับจริง แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครปิ๊งหรือไม่ ถ้าต้นทางตั้งแต่การปลูกผักถูกฉีดยาฆ่าแมลงอยู่อย่างนี้

ครัวไทยจะไปทำอะไรในครัวโลก?

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท